[NOVELBER2017] 2. REMOTE CONTROL

JOHNNY × TAEIL         รถไฟชะลอความเร็วก่อนจะจอดเทียบชานชาลาที่แทบจะร้างผู้คน มันเป็นเวลาเกือบตีสองแล้วที่เขาเดินทางมาถึง — ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เอาเป็นว่าเขาเลือกที่จะใช้อาณาเขตนี้ในการหาแรงบันดาลใจต่อไปของตัวเอง แทอิลก้าวเดินช้าๆอย่างไม่เร่งรีบ ซุกมือที่ชาจนแทบจะไร้ความรู้สึกหลบจากความเย็นยามค่ำคืนในเดือนพฤศจิกายน เดินออกไปเรื่อยๆโดยหวังว่าจะมีรถโดยสารผ่านมาสักคัน แต่มีผ่านมาแล้วก็ผ่านไปจนนึกโมโห เห็นเขาเป็นผีหรือไงกันนะถึงไม่จอดรับเสียที   อ่า — เป็นผี … ก็ไม่เลวนะ   รู้สึกผิดต่อตัวเองเล็กน้อยที่ท้ายที่สุดเขาก็พาตัวเองเข้ามานั่งในร้านฟาสต์ฟู้ดซึ่งเปิด 24 ชั่วโมงอยู่ในปั๊มน้ำมัน เบอร์เกอร์คำสุดท้ายถูกโยนเข้าในปากก่อนเขาจะเลื่อนมือไปกดสวิตช์ให้แล็ปท็อปเริ่มทำงาน   ถึงแม้ว่าท้องจะถูกเติมจนเต็มแล้วแต่เขาก็ยังคิดอะไรไม่ออกอยู่ดี และก็ไม่ง่วงด้วยเพราะเขานอนมาเกินพอแล้วบนรถไฟ   “กาแฟหน่อยมั้ย คาเฟอีนจะช่วยให้นายกระตือรือร้นมากขึ้น”   เสียงจากความทรงจำดังขึ้นมาในหัวอีกรอบ แทอิลหันไปมองแก้วโค้กของตัวเองที่มีหยดน้ำเกาะพราวอยู่บนเนื้อแก้วก่อนจะหลุดยิ้มบางๆ   “ไม่ล่ะยองโฮ แค่โค้กก็พอแล้ว”   เขาหยิบแก้วโค้กมาถือไว้แล้วดูดของเหลวขึ้นมาอย่างเหม่อลอย คิดไม่ตกว่าจะเริ่มบทต่อไปอย่างไรดี ปากที่แห้งผากอยู่ตลอดเวลานั้นชุ่มชื้นขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากรับน้ำเข้าไปในร่างกาย เขางับหลอดไปมาระหว่างขบคิดก่อนที่เสียงจอแจเล็กๆจรงประตูจะดึงความสนใจของเขาไป   “นี่อย่าเล่นในร้านสิ ถ้ามันไปชนของในร้านจะทำยังไงล่ะ” เด็กสาวที่วัยไม่น่าจะเกินยี่สิบปีหันไปดุน้องชายตัวเล็กของเธอแต่ก็ดูไม่จริงจังมากนัก เด็กชายที่สูงพ้นเอวของเด็กสาวขึ้นมาได้คืบเดียวพลิกปิดสวิตช์รีโมทคอนโทรลในมืออย่างว่าง่ายแล้วหยิบเฮลิคอปเตอร์ลำเล็กที่ตัวเองบรรจงจอดมันลงบนเคาน์เตอร์มากอดไว้แนบอก   “พี่ครับ ทำแบบนั้นอีกสิ”   มือเล็กๆกระตุกชายเสื้อของพี่สาวเบาๆ เด็กหญิงคนนั้นละสายตาจากป้ายเมนูแล้วก้มลงมองน้องชายก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายแต่ยังคงยิ้มมาให้ … More [NOVELBER2017] 2. REMOTE CONTROL

[NOVELBER2017] 1. FOREST

JOHNNY × TAEIL           แล็บท็อปที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่าสามปีแต่ทว่ายังดูใหม่เอี่ยมด้วยนิสัยหวงของของผู้ถือครองนั้นถูกกางเปิดและวางไว้บนหน้าตักอยู่ในท่าพร้อมทำงานถึงแม้ว่าตัวเขาจะนั่งโยกโคลงไปตามแรงเคลื่อนตัวของรถไฟขบวนนี้ มันคงจะทำให้เขาปวดหัวทีหลังแน่นอนแต่ก็ช่วยไม่ได้เมื่อแรงบันดาลใจมันเกิดขึ้นมากะทันหันในจังหวะที่ความมืดเข้าครอบคลุมทั้งขบวนรถเมื่อรถไฟวิ่งเข้ามาในอุโมงค์ และมันคงยาวเอาการอยู่เหมือนกันเพราะตอนนี้ยังไม่มีแสงสว่างจากภายนอกส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเลย มุนแทอิลขยับแว่นกรอบบางบนใบหน้าให้เข้าที่แล้วจรดปลายนิ้วพิมพ์สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวลงไปอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะบิดเบือนไปจากความต้องการแรก   การผจญภัยบนขบวนรถไฟที่วิ่งผ่านเข้ามาในอุโมงค์ปริศนาไร้วี่แววของแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์   แต่แล้วเขาก็ลบมันทิ้งทั้งหมดเมื่ออยู่ๆการดำเนินเรื่องมันกลับกลายเป็นไม่ได้ดั่งใจ เขาพับฝาแล็บท็อปลงแล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด   นัยน์ตาสีน้ำตาลถูกบดบังช้าๆเมื่อเขาเลือกจะหลับตาลงสักครู่เพื่อให้ภาพในห้วงอดีตที่อยู่ๆก็ผุดขึ้นมานั้นติดอยู่ในหัวเขายาวนานขึ้น   “ทำหน้าเบื่อโลกอีกแล้วนะคุณนักเขียน ออกไปสูดอากาศข้างนอกกันหน่อยไหม”   ภาพของเด็กหนุ่มตัวสูงที่มีริมฝีปากราวกับเจ้าตัวกำลังยิ้มให้ทุกคนตลอดเวลาสิ่งนั้นทำให้เขาดูเป็นมิตรและดูอ่อนโยน ซึ่งจริงๆแล้วซอยองโฮก็เป็นคนอ่อนโยนและเป็นที่พักพิงให้กับมุนแทอิลมาตลอด เป็นคนที่อายุน้อยกว่าเขาแต่ดูเข้าใจสิ่งต่างๆในชีวิตกว่าเขามาก แทอิลจึงชอบเวลาที่มือใหญ่คู่นั้นลูบหัวเขาเบาๆพร้อมกับคำพูดให้กำลังใจต่างๆนาๆ   แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว   แกร๊ก !   แทอิลสะดุ้งตื่นเพราะเสียงหูฟังที่ใส่อยู่หลุดลงไปกระทบกับแล็บท็อปที่วางอยู่ข้างตัว เขาเผลอจมอยู่ในความคิดตัวเองจนหลับไปอีกแล้ว   และในที่สุดรถไฟก็เคลื่อนตัวพ้นจากอุโมงค์มืดๆ กลายเป็นว่าตอนนี้เขาอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้ซึ่งกำลังเปลี่ยนเป็นสีส้มและน้ำตาลแซมไปด้วยสีเขียวซึ่งก็เหลืออยู่น้อยนิดแล้ว   มันสวยเสียจนเขาหยุดมองไม่ได้   และถ้ายองโฮอยู่ด้วย อีกคนคงจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไม่หยุดแน่ๆ   … เขาคิดถึงยองโฮ …   แต่มันไม่มีประโยชน์หากจะเอาแต่คิดถึงคนที่ตายไปแล้ว   ใช่มันไม่มีประโยชน์เลยถ้าจะเอาแต่คิดถึงอย่างเดียว   ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะออกเดินทาง ทั้งๆที่เขาไม่ชอบเดินทางเลยแม้แต่น้อย เดินทางไปตามที่ต่างๆที่เขาคิดว่าอีกคนอยากจะไปหากยังมีชีวิต และนำสิ่งนั้นมาใส่ไว้ในงานเขียนของเขา … More [NOVELBER2017] 1. FOREST

Perhaps Love – Johnil

              Perhaps Love Johnny × Taeil That the love has been found us so we might be together.       – ♥ –       แชะ !     แทอิลได้ยินเสียงบางอย่างลอยมาตามลม คล้ายกับจะเป็นเสียงกดชัตเตอร์เมื่อถ่ายรูป แต่เมื่อเขาหยุดเดินแล้วหันไปมองรอบๆตัว เขาก็ไม่พบอะไรนอกจากคุณลุงบ้านตรงข้ามกำลังจริงจังกับการเล็มหญ้าในสนามบ้านตัวเอง และผู้ชายตัวสูงข้างบ้านซึ่งเขาไม่คุ้นหน้ากำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่   ผู้ชายคนนั้นยิ้มให้แทอิล ส่วนคนที่มนุษย์สัมพันธ์ต่ำจนติดลบแบบเขาทำได้แค่พยักหน้าอย่างงกๆเงิ่นๆกลับไปก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียนก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้     เสียงแชะดังขึ้นอีกครั้งจากผู้ชายที่แทอิลไม่คุ้นหน้า แต่ครั้งนี้แทอิลเดินออกไปไกลกว่าจะได้ยินแล้ว     ซอยองโฮลดระดับกล้องที่ถืออยู่ในมือลงมาแล้วมองแผ่นหลังของคนตัวเล็กซึ่งสูงถึงแค่ปลายคางของเขาห่างออกไปเรื่อยๆด้วยรอยยิ้ม     โรงเรียนสำหรับมุนแทอิลก็ยังคงน่าเบื่อเหมือนเดิม   … More Perhaps Love – Johnil

[OS] 1,060 Miles

      1,060 Miles Johnny x Taeil         ชายหนุ่มวัย 17 ปีซุกใบหน้าครึ่งล่างที่ซับสีเลือดฝาดหลบอากาศหนาวเย็นปลายเดือนธันวาคมไว้ใต้ผ้าพันคอผืนหนาสีเลือดหมู ถึงแม้รอยยิ้มจะถูกผ้าพันคอผืนนั้นบดบัง แต่ประกายความสุขยังคงแสดงออกมาผ่านทางนัยน์ตาเป็นประกายของเขา     มุนแทอิลอดจะตื่นเต้นไม่ได้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเช่นนี้ตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา ที่เขาจะได้เจอกับพี่ชายข้างบ้านคนนั้นอีกครั้ง     ไม่ใช่สิ อดีตพี่ชายข้างบ้านต่างหากล่ะ เพราะเขาย้ายจากชิคาโกมาอยู่ที่แจ็คสันวิลล์ได้เกือบสองปีแล้ว     และอีกอย่าง— พี่ชายคนนั้นก็กลายมาเป็นแฟนของเขาได้ปีกว่าๆแล้วด้วย     คริสต์มาสปีก่อนๆ พี่จอห์นนี่เป็นคนมาหาเขาที่แจ็คสันวิลล์ และสิ่งที่อีกคนทำให้เขาทั้งประหลาดใจและตกใจก็คือ อีกคนเดินทางมาหาเขาด้วยรถไฟตลอด     ซึ่งมันใช้เวลาเดินทางข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียวกว่าจะถึงที่หมาย !!     เขาด่าจอห์นนี่ว่าบ้า แต่อีกคนก็เอาแต่หัวเราะจนตาโค้งขึ้นเป็นเส้นก่อนจะท้าทายให้เขาลองบ้าง     โอกาสของเขามาถึงแล้วเมื่อวันหยุดคริสมาสต์ปีนี้จอห์นนี่ไม่สามารถเดินทางมาหาเขาได้เพราะความโหดของอาจารย์มหาฯลัยที่สั่งงานทิ้งไว้ให้ทำมาส่งหลังจากวันหยุดจบลง และเขาก็ช่างบ้าจี้ทำตามคำพูดอีกคนที่บอกว่าให้เดินทางมาหาด้วยรถไฟพร้อมกับหนังสือสักเล่ม     แต่มุนแทอิลชอบอ่านหนังสือที่ไหนกันล่ะ     ถึงอย่างนั้นเขาก็ซื้อหนังสือภาพเจ้าแพนด้าแดงติดมือมาจนได้   … More [OS] 1,060 Miles

YOU MAKE ME WANNA DIE – Seulgi x Irene

            YOU MAKE ME WANNA DIE                   ในชีวิตของคังซึลกิ ไม่เคยมีครั้งไหนมาก่อนเลยที่เธอจะเศร้าแล้วคิดอยากจะฆ่าตัวตายเหมือนในครั้งนี้   เธอมักจะโดนเข้าใจผิดหลายๆครั้ง โดนยัดเยียดตัวตนที่ไม่ใช่ตัวเธอให้เสมอ   ซึลกิคิดว่าเธอไม่เคยสนใจว่าคนเหล่านั้นจะเข้าใจตัวเธอว่ายังไง จนกระทั่งกว่าจะรู้ตัวว่าสิ่งเหล่านั้นมันบั่นทอนตัวเธอเองในซช่วงเวลาที่เธออ่อนแอที่สุด — ช่วงเวลาที่เธอไม่เหลือใคร   มันเหมือนกับการเก็บทุกอย่างไว้รอระเบิดทีเดียว   สิ่งที่คิดมันไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ ซึลกิได้คิดเตรียมการไว้อย่างดีแล้ว แต่ถึงอยากจะตายเธอก็ยังรักตัวเองเกินกว่าจะยอมตายอย่างทรมาน ดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดนั่นคือยานอนหลับชนิดแรงหนึ่งกระปุกที่มันก็ค่อนข้างยากพอสมควรเลยกว่าจะได้มาในสภาพร่างกายที่ปกติดีทุกอย่าง   หลังจากคลาสสุดท้ายที่มหาฯลัยจบลงเธอก็ลากสารร่างกลับมานั่งเท้าคางกับขอบหน้าต่างห้องนอนตัวเอง มองแสงสีส้มที่ค่อยๆถูกความมืดกลืนกินช้าๆจนในที่สุดความมืดนั้นก็ปกคลุมเข้าทั่วทั้งห้องนอนของเธอในบ้านหลังใหญ่ที่เหลือแค่เธอคนเดียว   คำพูดต่างๆนาๆที่พูดถึงตัวเธอลอยกลับเข้ามาในหัวอีกรอบ จนมาถึงประโยคที่เธอไม่ชอบใจที่สุด ซึ่งมันออกมาจากปากคนรักของเธอ   มันก็ได้แต่คิดว่า … ที่ผ่านมา ซึงฮวาน มองเธอมาแบบนั้นตลอดเลยเหรอ   แต่เธอจะไม่คิด และไม่ทนกับความรู้สึกพวกนี้อีกต่อไป   ขาเล็กๆออกก้าวเดินอย่างแน่วแน่และแม่นยำภายใต้ความมืด … More YOU MAKE ME WANNA DIE – Seulgi x Irene

Guilty – Doyoung x Johnny

        Guilty       ปลายนิ้วไล้วนไปตามขอบแก้วเครื่องดื่มซ้ำๆอยู่อย่างนั้นเมื่อเสียงเพลงและบรรยากาศมันชวนให้นึกไปถึงสถานการณ์หนึ่งที่เขาอยากจะลบมันออกไปจากความทรงจำเสียให้รู้แล้วรู้รอด   เขาบอกว่า ยิ่งอยากลืม กลับยิ่งจำได้   เขาไหนไม่รู้แต่ซอยองโฮก็ได้รับรู้ด้วยตัวเองแล้วว่าประโยคนั้นมันจริงที่สุด   สองปีแล้วที่เขาย้ายกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่ชิคาโก้ตามเดิม ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไว้ที่เกาหลีใต้ ที่ซึ่งเขาได้พบเพื่อนใหม่ดีๆ กำลังจะได้เริ่มใช้ชีวิตตัว   ขอบแก้วที่ถูกไล้วนอยู่นานถูกยกขึ้นแตะจรดกับริมฝีปากอิ่มก่อนของเหลวที่กองเหลืออยู่ก้นแก้วจะถูกกรอกเข้าปากไปจนหมดในรวดเดียวเมื่อจังหวะดนตรีถูกเปลี่ยนเป็น R&B และเหมือนตลกร้ายที่มันดันเป็นเพลงเดียวกันกับตอนที่คนๆนั้นโผล่เข้ามาในชีวิตเขา   ร่างโปร่งที่อยู่ในชุดสีดำสนิททั้งตัวรับกับผมสีดำขลับที่ปรกดวงตากลมโตที่จ้องมองอย่างเอาจริงเอาจังตลอดเวลาจนถ้าหากเผลอมองนานๆก็ทำเอาลมหายใจสะดุดได้ — ใช่ คนๆนั้นทำให้ยองโฮรู้สึกเช่นนั้น โดยองเดินตรงเข้ามานั่งข้างๆเตนล์ … เพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะถูกแนะนำตัวในฐานะคนรักของเจ้าตัวที่เก็บเงียบคบหากันมาได้ปีกว่าๆแล้ว   รอยยิ้มเล็กๆมุมปากที่ถูกส่งมาให้ยังชัดเจนในความทรงจำเสมอถึงแม้ว่าหลังจากเรื่องในคืนนั้นเขาจะไม่ได้รับมันอีกเลย   ยองโฮทิ้งศีรษะวางพาดกับพนักโซฟาและปล่อยให้ความมึนเขาจู่โจมอย่างเต็มที่ และมันทำให้เขาจมดิ่งกลับลงไปในความทรงจำนั้นอีกครั้ง       จังหวะเพลง R&B ดังขึ้น และยองโฮจำได้ว่ามันเป็นเพลงโปรดของเพื่อนสนิทตัวเล็กที่กำลังนั่งโยกอย่างอารมณ์ดีอยู่ข้างๆ   “ยองโฮ เต้นกับเราหน่อยสิ เป็นไรอ่า วันนี้ดูไม่สนุกเลย”   เตนล์หันมาทำท่าทางกระเง้ากระงอดใส่และมันก็น่ารักเสียจนเขาอดไม่ได้ที่จะหันไปดีดหน้าผากเจ้านี่เบาๆ   “เมาแล้ว” ส่ายหน้าไปมาเบาๆเมื่อเตนล์ทำท่าจะลากเขาออกไปเต้นด้วยกัน … More Guilty – Doyoung x Johnny

For him #HappyMoonTaeilDay – JOHNIL

    For him #HappyMoonTaeilDay Pairing : Johnny x Taeil Rate : G                 “ออกไปเที่ยวกับเตนล์นะ” จอห์นนี่ตะโกนตรงไปที่กลุ่มคนที่รุมอยู่หน้าโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นเพราะตอนนี้พี่ใหญ่ของวงกำลังวาดลวดลายโชว์สเต็ปเทพในเกมฟีฟ่าแข่งกับยูตะอยู่ ไม่มีใครสนใจเสียงของเขา ซึ่งจากเสียงเชียร์ที่ดังมานั่นคงเป็นสาเหตุที่ไม่มีใครได้ยิน แต่ยังมีแฮชานที่หันมายิ้มและยกนิ้วโป้งให้ แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้น   เป็นอันรู้กัน   จอห์นนี่ยิ้มบางๆให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงแผนการในหัวสำหรับคืนนี้ คืนของแทอิลฮยอง มันไม่มีอะไรแปลกใหม่มากมายหรอก ก็แค่เขากับเตนล์ออกไปซื้อเค้ก หาซื้อของขวัญ และรอเวลาเอาไปเซอร์ไพร์สพร้อมกับเมมเบอร์คนอื่นๆ เขาจะไม่เล่นซ่อนกล้องเด็ดขาด … นึกแล้วก็ยังหงุดหงิดไม่หาย มาหลอกกันซะได้   “นายจะให้อะไรเป็นของขวัญแทอิลฮยองน่ะ”   เขาเงยหน้าขึ้นไปถามเตนล์ที่ยืนก้มๆเงยๆอยู่กับโทรศัพท์ของตัวเองและทำสีหน้าคิดไม่ตก โอเค คงจะประสบปัญหาเดียวกันอยู่   “อืม — ไม่หมวก ก็คงรองเท้า อา ผมไม่รู้ว่าแทอิลฮยองอยากได้อะไรอ่ะ จอห์นนี่ล่ะ”   … More For him #HappyMoonTaeilDay – JOHNIL

Simply Beautiful – JOHNIL

Simply Beautiful Johnny x Taeil (Taera) {fem!Taeil} PG – 15 ‘Simply, It’s Simply, Baby Simply, You’re simply beautiful’           “แทรา”   “นี่ มุนแทรา ได้ยินที่แม่เรียกมั้ย”   “คะ!?” ร่างเล็กในชุดลำลองตัวโคร่งที่นั่งกอดกีต้าร์อยู่ริมหน้าต่างสะดุ้งเฮือกหลังจากโดนเรียกซ้ำๆ ด้วยชุดที่สวมใส่และผมสีน้ำตาลเข้มที่ตัดสั้นนั้นทำให้มุนแทราดูเหมือนเด็กผู้ชายหน้าหวานอยู่หน่อยๆ ติดที่ว่าเสียงของเธอก็ใสหวานไม่แพ้ใบหน้าเลยเช่นกันนั่นจึงทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดว่าเธอคือเด็กผู้ชายหากไม่ปริปากพูดออกมา   “ถ้าจะนั่งเหม่อกอดกีต้าร์อยู่อย่างนั้นก็มาช่วยแม่ก่อนเถอะ เอ้านี่ —” แม่ของเธอเดินมาหาพร้อมกับแย่งกีต้าร์ไปจากมือของเธอแล้วยัดโหลแก้วใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยคุกกี้เข้ามาในอ้อมแขนของเธอแทน   “แม่จะให้หนูช่วยกินให้หมดเหรอ” หญิงวัยกลางคนจ้องตอบแววตาใสซื่อของลูกสาววัย 18 ที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอจากเก้าอี้ตัวโปรดในมุมโปรดของเจ้าตัวยามอารมณ์ศิลปินเข้าครอบงำ เธอส่ายหน้าไปมาน้อยๆแต่ริมฝีปากกลับเหยียดเป็นรอยยิ้มบางๆส่งกลับไปให้ลูกสาวของเธอ   “ของลูกอยู่บนจานในห้องทานข้าว ส่วนในโหลใบนี้เป็นของคุณซอ เพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายมาเมื่อเช้าของเรา เอาไปให้เขาเร็ว”   “ทำไมต้องใช้หนูด้วยล่ะ” แทรามุ่ยหน้า แล้วก็ต้องหดคอหนีทันทีที่แม่ของเธอเงื้อมือขึ้นทำท่าจะตีทั้งๆที่เหล่อนก็ไม่ได้ตั้งใจจะตีจริงๆหรอก สุดท้ายเธอก็ยอมลุกจากที่ประจำอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก แล้วเดินเอื่อยๆตรงไปที่ประตูด้วยท่าทางไร้เรี่ยวแรงจนแม่ของเธอต้องถอนหายใจออกมายาวๆกับพฤติกรรมของลูกสาวตัวเอง … More Simply Beautiful – JOHNIL

Another World – JOHNTEN

    Another World Johnny x  Ten เสียงสูงต่ำก้องสะท้อนอยู่ในมวลอากาศภายใต้หลังคาเพดานสูงของโบสถ์แห่งนี้โดยนักร้องเพลงประจำโบสถ์ทั้งหลายเพื่อขับร้องเพลงทางศาสนา ถึงเพลงที่จอห์นนี่ ซอ กำลังยืนขับร้องอยู่นั้นจะปลุกความรู้สึกศรัทธาหรือให้ความรู้สึกสงบแต่ในความคิดของเขานั้นกลับพุ่งเป้าไปถึงสถานที่ด้านนอก ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโบสถ์แห่งนี้   พ่อของเขานั้นภูมิใจในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ แต่ลึกๆแล้วจอห์นนี่อยากออกไปเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงมากกว่า และเขามันใจว่าสักวันพ่ออาจจะภูมิใจในสิ่งนั้นเช่นกัน   “นั่นลูกจะไปไหนน่ะ !!” พ่อของเขาตะโกนถามมาจากลานสนามหญ้าหน้าโบสถ์ พวกผู้ใหญ่คนอื่นๆและเพื่อนของพ่อหันมามองทางเขา แต่จอห์นนี่พยายามจะไม่สนใจ เขาเหวี่ยงแจ็คเก็ตยีนส์ขึ้นสวมใส่เพื่อป้องกันตัวเองจากลมเย็นยะเยือกของประเทศนี้ ก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปยืนบนสเก็ตบอร์ดคู่ใจแล้วไถลไปบนเส้นทางเส้นเดิมที่จะพาเขาไปสถานที่ที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้   แสงแดดที่เริ่มส่องทะลุเมฆหนาๆลงมาได้แล้วพอช่วยให้อากาศรอบตัวนั้นอุ่นขึ้นได้บ้าง แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น ถึงลมที่พัดผ่านกายไปยามเคลื่อนไหวจะเสียดแทงผิวมากขนาดไหนแต่เขาก็ยังคงไถสเก็ตบอร์ดไปเรื่อยๆ คิดถึงผืนหญ้านุ่มๆริมหน้าผาสูงที่ด้านล่างเป็นทะเล ซึ่งเกลียวคลื่นของมันซัดเข้าหาขอบผาอย่างบ้าคลั่ง วันไหนโชคดีหน่อยก็จะมีแสงแดดอุ่นๆอาบไล้ไปทั่วตัวในขณะที่เขาทิ้งแผ่นหลังให้นาบไปกับพื้นหญ้า   “STOP!!!!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เขาหยุด — ไม่ใช่เพราะอีกคนบอกให้หยุด แต่เพราะมีมือคู่หนึ่งมากระชากเสื้อของเขาไว้จนทั้งตัวตกลงมาจากบอร์ด ส่วนสเก็ตบอร์ดที่เขาคิดว่าต้องไถลต่อไปนั้นถูกหยุดไว้ด้วยเท้าของชายคนนั้น ซึ่ง… เมื่อหันไปมองแล้ว เจ้าตัวสูงเลยปลายคางของเขามาแค่นิดเดียวเท่านั้น … จริงๆนะ   คนนั้นยิ้มแฉ่งอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวมาให้ ในขณะที่เขาขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิด หนึ่งเลยคือเขาโดนกระชากเสื้อจนตกจากบอร์ด และนั่นหมายความว่า เขาอาจเจ็บตัวได้ และสอง เขาไม่รู้จักผู้ชายคนนี้   “คุณเป็นคนท้องถิ่นใช่มั้ย ผมมีอะไรจะให้ช่วยหน่อย … More Another World – JOHNTEN

Under the moonlight [2] – JOHNIL

Under The Moonlight [2] Pairing : Johnny x Taeil  / Johnny x Hansol Status : On-going Genre : Werewolf AU Rate : PG-17               “You are the beauty and I am the wolf”             แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ลงมานั้นกระทบเข้ากับใบหน้าจนแทอิลยอมเปิดเปลือกตาขึ้นในที่สุด ก่อนจะพบว่าหมาป่าตัวนั้นตื่นและจ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว     “ทำไมไม่ปลุกฉัน…” แน่นอนล่ะว่ามันไม่ได้ตอบกลับมา —นั่นคงหมายความว่าถ้าหากอยู่ในร่างนี้อีกคนจะพูดกับเขาไม่ได้ … แบบนี้ก็ยังพอทำใจได้หน่อยล่ะนะ ถ้าหากอยู่ในร่างนี้แถมยังพูดกับเขาได้อีก … More Under the moonlight [2] – JOHNIL