Another World – JOHNTEN

tumblr_nnez5vBX871ql3r9do1_1280

 

 

Another World

Johnny x  Ten


เสียงสูงต่ำก้องสะท้อนอยู่ในมวลอากาศภายใต้หลังคาเพดานสูงของโบสถ์แห่งนี้โดยนักร้องเพลงประจำโบสถ์ทั้งหลายเพื่อขับร้องเพลงทางศาสนา ถึงเพลงที่จอห์นนี่ ซอ กำลังยืนขับร้องอยู่นั้นจะปลุกความรู้สึกศรัทธาหรือให้ความรู้สึกสงบแต่ในความคิดของเขานั้นกลับพุ่งเป้าไปถึงสถานที่ด้านนอก ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโบสถ์แห่งนี้

 

พ่อของเขานั้นภูมิใจในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ แต่ลึกๆแล้วจอห์นนี่อยากออกไปเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงมากกว่า และเขามันใจว่าสักวันพ่ออาจจะภูมิใจในสิ่งนั้นเช่นกัน

 

“นั่นลูกจะไปไหนน่ะ !!” พ่อของเขาตะโกนถามมาจากลานสนามหญ้าหน้าโบสถ์ พวกผู้ใหญ่คนอื่นๆและเพื่อนของพ่อหันมามองทางเขา แต่จอห์นนี่พยายามจะไม่สนใจ เขาเหวี่ยงแจ็คเก็ตยีนส์ขึ้นสวมใส่เพื่อป้องกันตัวเองจากลมเย็นยะเยือกของประเทศนี้ ก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปยืนบนสเก็ตบอร์ดคู่ใจแล้วไถลไปบนเส้นทางเส้นเดิมที่จะพาเขาไปสถานที่ที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้

 

แสงแดดที่เริ่มส่องทะลุเมฆหนาๆลงมาได้แล้วพอช่วยให้อากาศรอบตัวนั้นอุ่นขึ้นได้บ้าง แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น ถึงลมที่พัดผ่านกายไปยามเคลื่อนไหวจะเสียดแทงผิวมากขนาดไหนแต่เขาก็ยังคงไถสเก็ตบอร์ดไปเรื่อยๆ คิดถึงผืนหญ้านุ่มๆริมหน้าผาสูงที่ด้านล่างเป็นทะเล ซึ่งเกลียวคลื่นของมันซัดเข้าหาขอบผาอย่างบ้าคลั่ง วันไหนโชคดีหน่อยก็จะมีแสงแดดอุ่นๆอาบไล้ไปทั่วตัวในขณะที่เขาทิ้งแผ่นหลังให้นาบไปกับพื้นหญ้า

 

“STOP!!!!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นอยู่ไม่ไกล เขาหยุด — ไม่ใช่เพราะอีกคนบอกให้หยุด แต่เพราะมีมือคู่หนึ่งมากระชากเสื้อของเขาไว้จนทั้งตัวตกลงมาจากบอร์ด ส่วนสเก็ตบอร์ดที่เขาคิดว่าต้องไถลต่อไปนั้นถูกหยุดไว้ด้วยเท้าของชายคนนั้น ซึ่ง… เมื่อหันไปมองแล้ว เจ้าตัวสูงเลยปลายคางของเขามาแค่นิดเดียวเท่านั้น … จริงๆนะ

 

คนนั้นยิ้มแฉ่งอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวมาให้ ในขณะที่เขาขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิด หนึ่งเลยคือเขาโดนกระชากเสื้อจนตกจากบอร์ด และนั่นหมายความว่า เขาอาจเจ็บตัวได้ และสอง เขาไม่รู้จักผู้ชายคนนี้

 

“คุณเป็นคนท้องถิ่นใช่มั้ย ผมมีอะไรจะให้ช่วยหน่อย – อ้อๆ ผมชื่อเตนล์” มือเล็กยื่นมาตรงหน้าอย่างต้องการทำความรู้จัก จอห์นนี่มองมือนั้นก่อนจะลากสายตาขึ้นไปสบกับดวงตาเรียวรีเป็นประกายนั่นอีกครั้ง

 

“อะไรนะ?”

 

“เตนล์ครับ เต— เอ้อ เรียกเท็นก็ได้” จอห์นนี่พยักหน้าให้แล้วยอมยื่นมือไปสัมผัสกับมืออีกคนในที่สุด ซึ่งเจ้าตัวก็รีบเขย่าไปมาแรงๆอย่างยินดีทันที

 

“จอห์นนี่ … ว่าแต่ มีอะไรเหรอ”

 

“คือ—” อีกคนลากเสียงค้างไว้ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากเป้ และเมื่อเจ้าตัวคลี่กางสิ่งนั้นออกมาจอห์นนี่ก็เห็นว่ามันคือแผนที่

 

จนถึงตอนนี้แล้วยังต้องพกแผนที่ด้วยเหรอ

 

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นนอกจากเส้นทางต่างๆและตัวหนังสือบอกชื่อสถานที่บนกระดาษนั้นแล้ว มันยังมีรอยปากกาสีแดงที่มีทั้งวงกลม และขีดฆ่าชื่อสถานที่ต่างๆอยู่ด้วย

 

“อ่า ไม่ใช่แผ่นนี้สิ” เท็นบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนจะหยิบแผนที่เล่มใหม่ออกมากาง ซึ่งคราวนี้มันเป็นรายละเอียดสถานที่สำคัญๆในเมืองที่เขาอยู่

 

“ผมกำลังหาสนามกีฬาอันนี้อยู่” เจ้าตัวจิ้มนิ้วลงไปตรงกลางซึ่งมันเป็นที่ตั้งของสนามกีฬาเก่าๆ และเท่าที่รู้มันไม่มีการเปิดใช้งานมานานมากแล้ว เพราะว่าไม่มีงานอะไรให้จัด

 

“นายจะไปทำอะไรที่นั่น”

 

“เอาแบบนี้นะ —” เท็นเก็บแผนที่นั้นกลับเข้ากระเป๋าตามเดิม แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างให้เขาอีกครั้งจนดวงตาเรียวรีนั่นโค้งขึ้นน่ามอง

 

ใช่

 

น่ามอง

 

และมันชวนให้ยิ้มตามได้อย่างไม่น่าเชื่อจนเขาแทบจะลืมความขุ่นเคืองที่อีกคนมากระชากเสื้อนั้นจนหมด

 

“—ถ้าคุณพาผมไป ผมจะให้คุณได้เห็น”

 

/

 

“คุณอายุเท่าไหร่เหรอ” เท็นถามขึ้นระหว่างที่เราสองคนเดินอยู่ในอุโมงค์ลอดใต้ถนนซึ่งมันเป็นเส้นทางที่นำไปสู่สนามกีฬาปลายทางของอีกคน เท็นที่ถามไม่ได้หันมามองอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ แต่อีกคนกลับพุ่งเป้าไปให้ความสนใจกับลายกราฟฟิตี้ที่หลากหลายอยู่บนผนังอุโมงค์แห่งนี้แทน

 

“19 นายล่ะ”

 

“ว้าว ผมเป็นน้องคุณปีนึงล่ะ แต่แบบนั้นเราก็เป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย”

 

“แน่นอน ฉันไม่ถือ — แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ มาคนเดียว?” เท็นหันมาพยักหน้าให้ก่อนจะเริ่มอธิบาย

 

“ผมออกมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อจะนำไปใช้สอบเข้าที่มหาลัยฯแห่งหนึ่ง เดินทางไปรอบโลกเลยเพื่อจะหาสิ่งใหม่ๆ” จอห์นนี่มองใบหน้าด้านข้างของคนที่กำลังพูดอยู่ เจ้าตัวเหม่อมองตรงไปที่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มน้อยๆราวกับกำลังดื่มด่ำกับความทรงจำและประสบการณ์ที่ตัวเองได้รับมา

 

และนั่นทำให้จอห์นนี่รู้สึกอิจฉาอีกคนไม่น้อย

 

ทั้งๆที่อายุไล่เลี่ยกันแท้ๆแต่เท็นนั้นได้เห็นโลกกว้างกว่าเขามาก มันน่าเสียดายที่ทุนชีวิตของเขาไม่ได้ต่ำเตี้ยเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการเลยสักอย่าง ทุกวันนี้มีแค่สิ่งที่ต้องทำอยู่ในชีวิตประจำวันของจอห์นนี่เต็มไปหมดตั้งแต่จำความได้

 

เมื่อเราสองคนเดินเข้าใกล้สนามกีฬามากเรื่อยๆ จอห์นนี่กลับแปลกใจเมื่อมันไม่ได้เงียบอย่างที่คิด เขาได้ยินเสียงดนตรีหนักแน่นที่ชวนให้เลือดในกายพลุ่งพล่านและอยากจะเต้นขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เต้นเก่งอะไรมากมาย

 

“โว้ววววว วว ว ว !!” เตนล์ป้องปากตะโกนให้กับภาพตรงหน้า ส่วนเขาก็อึ้งไปแล้ว ทันทีที่เราสองคนเดินลอดซุ้มประตูขนาดใหญ่ใต้อัฒจันทร์ซึ่งเป็นทางเดินเข้าไปในสนาม เขาก็เจอกับกลุ่มคนมากมายที่ยืนล้อมบางอย่างอยู่และโห่ร้องกันอย่างสนุกสนาน รอบๆมีลำโพงขนาดใหญ่และเวทีเล็กๆที่เซตขึ้นมาเพื่อดีเจที่กำลังเปิดเพลงให้กลุ่มคนเหล่านี้

 

เตนล์กระโดดข้ามรั้วกั้นเล็กๆเข้าไปในสนามอย่างคล่องแคล่ว วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวเจ้าตัวก็ชะงักแล้วเอี้ยวตัวกลับมากวักมือเรียกเขา ซึ่งก็วางสเก็ตบอร์ดพิงไว้กับรั้วแล้วกระโดดข้ามตามเข้าไปอย่างมึนงง

 

ที่นี่มีอะไรเจ๋งๆแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย

 

เท็นวิ่งเข้าไปแนะนำตัวกับคนเหล่านั้นโดยที่ไม่ลืมจะกลับมาลากเขาเข้าไปด้วย และนั่นทำให้จอห์นนี่ได้เจอกับเพื่อนที่โรงเรียนด้วยเช่นกัน พวกเขาแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นจอห์นนี่ แต่ทุกคนก็ให้การต้อนรับอย่างดี

 

เท็นถูกต้อนเข้าไปยืนอยู่กลางวง อีกคนยิ้มแล้วทำท่าเหมือนขลาดอาย มือทั้งสองข้างยกขึ้นกดปีกหมวกสีดำที่ใส่อยู่ให้ปิดต่ำลงมาอีกเล็กน้อย และเมื่อเสียงดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอีกคนก็เริ่มวาดลวดลายในรูปแบบที่ถ้าเขาเข้าใจไม่ผิดมันคือการเต้นป๊อปปิ้งและอีกคนก็ทำได้ดีมากเสียด้วย และเมื่อแนวดนตรีเปลี่ยนไป สตรีทแดนซ์และอีกหลายๆรูปแบบก็ถูกหยิบมาใช้

 

จอห์นนี่ไม่เคยดูการเต้นไหนที่เพลินตาและเข้าถึงได้ง่ายขนาดนี้มาก่อน เท็นทำให้เขารู้สึกอยากเข้าไปร่วมวงด้วยจากอารมณ์และท่าทางที่ดูสนุกสนานที่อีกคนส่งมา

 

เสียงโห่ร้องอย่างชื่นชมระลอกสุดท้ายดังขึ้นก้องไปทั่วสนามเมื่อเจ้าตัวตีลังกาแล้วจบด้วยท่า handstand อย่างสวยงาม

 

จอห์นนี่ปรบมือให้อีกคนรัวและมันคงแรงมากเพราะตอนนี้เขารู้สึกชาที่มือเล็กน้อย แต่เท็นสมควรได้รับมันแล้ว เท็นวิ่งออกมาหาเขาแล้วลากขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ มองคนอื่นๆออกมาวาดลวดลายอวดกัน

 

“เป็นไงล่ะ” เท็นหันมายักคิ้วให้หลังจากที่กรอกน้ำจากขวดเข้าปากไปแล้วจนพร่องไปเกินครึ่ง

 

“นั่นคือสิ่งที่นายเก็บเกี่ยวอยู่เหรอ”

 

เท็นพยักหน้า แล้วชี้นิ้วตรงไปที่กลุ่มคนด้านล่างเหล่านั้น

 

“พวกเขาทั้งหมดนั่นรักการเต้น บางคนอาจจะเป็นเด็กเนิร์ดที่โรงเรียนนาย บางคนอาจจะเป็นคนตกงาน เด็กมหาฯลัย หรืออะไรก็ตามแต่ — พวกเขามาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนท่าใหม่ๆ ฝึกด้วยกัน ทำสิ่งที่ชอบไปด้วยกัน”

 

“นายก็มาเพื่อสิ่งนั้นด้วย?”

 

“ใช่แล้วล่ะ อย่างน้อยฉันก็คิดว่ามันสนุกกว่าดูเอาจากยูทูปล่ะนะ” เท็นหัวเราะแล้วเปิดขวดน้ำกรอกเข้าปากอีกครั้ง จอห์นนี่เหม่อมองไปยังตำแหน่งที่ดีเจยืนอยู่ ก่อนจะเบนสายตาขึ้นไปมองท้องฟ้าที่มีเมฆก้อนโตบดบังอยู่เต็มไปหมดเสียแทน

 

/

 

“พานายไปอยู่ตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลย ฉันรบกวนหรือเปล่า” เท็นหันมาถามอีกครั้งเมื่อเรากำลังเดินอยู่ในอุโมงค์มืดๆ ที่ไฟเริ่มสีส้มเริ่มติดสว่างทีละดวงเป็นสัญญาณว่าดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าไปแล้ว และเขาต้องโดนพ่อดุแน่ๆที่หายตัวไปทั้งวัน

 

“ไม่เลย สนุกดี — จริงๆแล้วฉันไม่มีอะไรทำอยู่แล้วด้วยล่ะ”

 

“ฉันนึกว่านายจะไปเล่นเจ้านี่กับเพื่อน” เท็นชี้มาที่สเก็ตบอร์ดที่จอห์นนี่ยกขึ้นพาดไหล่ข้างหนึ่งไว้

 

“คือ … ไม่ได้เล่นจริงจังอะไรแบบนั้นหรอก” เท็นหยุดเดินแล้วหันมาจ้องเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนเขาตามอารมณ์อีกคนไม่ทัน

 

“แล้วนายจริงจังกับอะไรบ้างเนี่ย” อีกคนยืนพักขาข้างหนึ่งแล้วกอดอกมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง และมันก็ฟังดูน่าหงุดหงิดเป็นบ้าที่อีกคนทำท่าจะว่ากล่าวเขาเสียแล้วทั้งๆที่เรายังรู้จักกันไม่ดีพอเลย

 

“ก็จริงจังกับสิ่งที่ต้องทำไง” จอห์นนี่ขมวดคิ้วตอบกลับเสียงแข็งให้อีกคนได้รู้ว่าเขาไม่พอใจเช่นกัน

 

“อ๋อ … ฉันเข้าใจแล้ว โทษทีนะ” เท็นถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วหยิบหูฟังขึ้นมาต่อกับโทรศัพท์ของตัวเอง อีกคนกดเล่นเพลงแล้วใส่หูฟังข้างหนึ่งเข้ากับหูของเขา ส่วนอีกข้างนั้นก็เป็นของเจ้าตัว

 

“ถ้านายรู้สึกว่าโลกนี้มันน่าเบื่อนักก็พาตัวเองไปอีกโลกหนึ่ง … ฉันไม่รู้หรอกนะว่าโลกที่นายต้องการมันเป็นแบบนั้น แต่สำหรับฉัน นายก็เห็นแล้วใช่มั้ยล่ะว่ามันคือการเต้น”

 

พวกเราก้าวออกมาอยู่บนถนนที่ว่างเปล่าและนั่นทำให้เขาได้ยินเสียงเพลงที่อีกคนเปิดอยู่ได้ชัดเจนทุกท่วงทำนอง นอกจากนั้นดูเหมือนว่าเสียงความคิดของเขามันก็ชัดและดังขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

 

หัวใจของจอห์นนี่เต้นเร็วขึ้นเมื่อมโนภาพที่เคยวาดฝันไว้มันแล่นปราดเข้ามาในสมองอีกครั้ง

 

แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นถนนที่จะนำพาเขากลับไปที่บ้านทุกอย่างมันก็ค่อยๆจางหายไปอีกครั้ง

 

/

 

วันนี้เขาออกมากับเท็นอีกครั้ง และอยู่ๆสภาพอากาศของที่นี่ก็เกิดบ้ากลั่นตัวลงมาเป็นฝนห่าใหญ่จนหาที่หลบกันแทบไม่ทัน และกว่าพายุฝนจะเบาบางลงจนสามารถเดินทางได้นั้นเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงสามทุ่มแล้ว เขากับเท็นแบกท้องไส้ที่หิวโหยออกห่างจากสนามกีฬาเก่าๆแห่งนั้น เดินผ่านอุโมงค์ที่ดูเหมือนจะมีลายกราฟฟิตี้ใหม่เพิ่มขึ้นมา ตรงไปยังสถานีรถไฟเพื่อที่เขาจะพาอีกคนไปลองร้านอาหารชื่อดังของเมืองนี้

 

และเขาก็หวังว่าเจ้าของร้านจะไม่รีบปิดหนีกันไปไหน

 

“นายจะอยู่ที่นี่อีกกี่วัน”

 

“อืม — อยู่พรุ่งนี้อีกวัน แล้วก็จะไป …” เขาเงียบไปเมื่อความรู้สึกบางอย่างมันตีขึ้นมา เท็นที่ยังไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ กำลังยืนฮัมเพลงเบาๆคลอกับเสียงฝนที่ตกลงกระทบที่กำบังเหนือหัวเราทั้งสองคน

 

รถไฟยังไม่มา และเท็นก็เริ่มเดินวนไปมาช้าๆ เป็นจังหวะขึ้นเรื่อยๆราวกับอีกคนกำลังเต้นอยู่ ร่างเล็กๆพาตัวเองออกไปยืนอยู่ริมขอบชานชาลาแล้วยื่นมือออกไปสัมผัสกับน้ำฝนที่ตกลงปรอยๆ

 

มือนั้นพลิกคว่ำลงแล้วขยับเป็นคลื่นช้าๆล้อกับสายฝน เท็นปิดเปลือกตาลงแล้วลากปลายนิ้วที่เปียกชื้นลงมาตามลำคอก่อนจะหมุนตัวเต้นในท่าที่เจ้าตัวเพิ่งได้เรียนรู้มาในวันนี้

 

จอห์นนี่มองคนตรงหน้าที่หลุดเข้าไปในโลกของตัวเองอีกครั้งอย่างเหม่อลอยพลางคิดว่าถ้าต่อจากนี้เท็นไม่อยู่แล้ว เขาจะมีความกล้ากลับไปยังสถานที่นั้นอีกไหม

 

และถ้าตอนนั้นไม่มีเท็น เขาจะเป็นอย่างไร

 

มันจะยังมีความสุขเหมือนตอนนี้หรือเปล่า

 

/

 

คืนสุดท้ายก่อนที่เท็นจะไปจากที่นี่ เขาหลบพ่อออกมาแล้วมานั่งอยู่ในห้องของอีกคนที่โรงแรมได้ในที่สุด เท็นตกใจไม่น้อยแล้ววิ่งลงมาหาเขาที่ล็อบบี้ทั้งๆที่ยังไม่วางสายโทรศัพท์ที่เขาโทรไป

 

ในกระเป๋าเป้ของจอห์นนี่มีเบียร์อยู่แต่มันก็ไม่กี่กระป๋อง เขาเอามาดื่มฉลองกับอีกคนแต่ก็ไม่อยากให้มันมากไปจนทำให้เท็นลำบากในวันรุ่งขึ้น

 

“ปลายทางที่นายจะไป เป็นที่สุดท้ายหรือยัง” อดถามขึ้นไม่ได้เมื่ออีกคนหยิบแผนที่ออกมากางแล้วขีดฆ่าตรงชื่อเมืองของเขาทิ้งแล้ววงตำแหน่งใหม่ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

 

“อื้อ — ลอนดอน” เท็นก้มลงมองแผนที่อีกครั้งแล้วยิ้มบางๆกับตัวเอง จอห์นนี่มองภาพนั้นแล้วก็ลอบยิ้มตามออกมาอย่างอดไม่ได้ การได้เห็นความสำเร็จของคนที่ไล่ตามความฝันนี่มันก็ชวนให้รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย และตอนนี้มันก็เหมือนเขาได้รับการเผื่อแผ่พลังที่มีอยู่จนล้นจากอีกคนมาเป็นแรงผลักดันจนทำให้เขาอยากลองบ้างสักตั้ง

 

“ขอให้การสอบเป็นไปด้วยดี” เขายกกระป๋องเบียร์ขึ้นชูอยู่ตรงหน้าอีกคน ซึ่งเท็นก็ยิ้มรับและยกกระป๋องของตัวเองขึ้นมาชนบ้าง

 

รสขมปร่าไหลผ่านลำคอลงไปช้าๆ เราทั้งคู่ซึมซับรสชาติและกลิ่นของมันก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กันอีกครั้ง ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง และเป็นเท็นที่ยกกระป๋องเบียร์นั่นจรดเข้ากับริมฝีปากที่เริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของเครื่องดื่มที่พวกเขากรอกเข้าปากไปหรือเพราะอะไรกันแน่ จอห์นนี่ถึงเอาแต่จดจ้องอยู่กับริมฝีปากแดงระเรื่อของอีกคนไม่วางตาด้วยหัวสมองที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเท็นหันมามองแล้วคลานเข้ามาใกล้เขาก็เอื้อมมือเข้าไปรั้งท้ายทอยอีกคนเข้ามาโดยอัตโนมัติ ปรับองศาใบหน้าจนริมฝีปากของเราแนบเข้าหากันได้สนิท

 

ต่างฝ่ายต่างพยายามกดย้ำสัมผัสลงมาจนกลายเป็นว่าเราทั้งสองบดจูบเข้าหากันซ้ำๆ ดูดดุนริมฝีปากอีกคนย้ำๆจนเจ้าตัวเผยอปากเล็กน้อยยอมให้ลิ้นของเขาเข้าไปกวาดไล้ทั่วโพรงปากที่ติดรสขมน้อยๆ แต่แล้วมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวานช้าๆจนจอห์นนี่ไม่อยากจะผละห่างออกมา

 

แต่สุดท้ายเราทั้งคู่ก็ผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง

 

เท็นลากริมฝีปากคลอเคลียน้อยๆอยู่บนริมฝีปากของเขาก่อนจะถอยกลับไปนั่งที่เดิม

 

“จูบเมื่อครู่นี้ คืออะไรเหรอ” จอห์นนี่แค่นหัวเราะแล้วถามอีกคนขำๆก่อนจะเปิดเบียร์กระป๋องสุดท้ายของตัวเองขึ้นมาดื่ม

 

“เขาบอกว่าแอลกอฮอล์มันช่วยดึงดูดเราเข้าหาอีกคน” เท็นอมยิ้มแล้วเลิกคิ้วตอบกลับมา ซึ่งนั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงหรอก เขารู้… และเขาก็รู้ว่าจูบเมื่อครู่นี้มันคงไม่มีเหตุผลหรอก เราทั้งคู่ก็แค่ทำไปตามความรู้สึก

 

ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายออกมาด้วยการกระทำเลยจะเข้าใจได้ง่ายที่สุด

 

“อืม — ท่าจะจริง” จอห์นนี่ยิ้มรับ ซึ่งอีกคนก็ยักคิ้วตอบกลับมาได้เสียน่าหยิก

 

“จอห์นนี่…”

 

“หือ ?”

 

“รีบไล่ตามความฝันของตัวเองนะ แล้วก็ —

 

— รีบตามมาหาเราที่ลอนดอนด้วยล่ะ”

 

 


The End


ฟิคสั้นลงทุกวั้นทุกวัน ;-;
ช่วงนี้ปั่นโปรเจคค่ะ แต่ระหว่างเฝ้าแลป มันว่าง มันอดไม่ได้จริงๆ
ฟัง another world ซ้ำไปซ้ำมาจนเกิดฟิคเรื่องนี้แหละค่ะ แหะ
จอห์นนี่ กับ เตนล์เรื่องแรก หวังว่าจะถูกใจกันนะคะ ♥
ปล. ฟิคสั้นตอนเดียวไม่มีแท็กน้า
ถ้าอยากลงความเห็น คอมเมนต์ไว้ข้างล่างเลยก็ได้ค่ะ
Advertisements

3 thoughts on “Another World – JOHNTEN

  1. ทำไมถึงเขียนได้ดีอย่างนัก T_T ไรท์เขียนเตนล์ออกมาได้สมเป็นเตนล์มากเลยค่ะ
    รู้จักเตนล์ดีขนาดนี้ไรท์ต้องเอ็นดูเตนล์มากแน่เลย เราชอบซีนที่น้องเตนล์คาดคั้นจอห์นนี่ว่านายจริงจังกับอะไรบ้าง มันจี้จุดมาเหมือนเราโดนถามคำถามนี้ด้วยเลย เทียบกับเตนล์ที่มีความฝันและมีความกล้าในการไล่ตาม ทำให้เตนล์ดูเจิดจ้ามากเลยค่ะ

    จอห์นนี่โชคดีจังที่ได้เจอเตนล์ ชอบตอนเค้าอยู่ด้วยกัน ช่วงบรรยายว่าเตนล์มีความสุขกับการเต้นมันสวยมากๆ ชอบจัง อ่านด้วยความรู้สึกหม่นๆหน่วงๆมาจนถึงตอนท้ายๆ ค่อยโล่งใจหน่อย อย่างน้อยก็ยังมีหวังได้เจอกันอีกครั้ง เพราะใจตรงกันแล้ว ^_^

    ปล.เกาะขาไรท์ เราอยากอ่านเตนล์ในแบบของไรท์อีกจังค่ะ จะเป็นจอห์นเตนล์ หรือจะเป็นคู่คนอื่นก็ได้ แต่อยากอ่านอีกจัง

    Liked by 2 people

  2. ขอบคุณที่เขียนฟิคเรื่องนี้นะคะ อ่านแล้วชอบมากเลยค่ะ ทั้งเซตติ้ง / พล็อตของตัวละคร แล้วก็การบรรยาย

    เห็นว่าโพสนานแล้วแต่เราเพิ่งเจอฟิคเรื่องนี้เพราะเห็นคนแนะนำในทวิตเตอร์วันนี้เองค่ะ น่าเสีนดายจัง
    หวังว่าจะมีโอกาสได้อ่านจอห์นเตนล์ดีๆแบบนี้จากคุรคนเขียนอีกนะคะ❤

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s