Under the moonlight [2] – JOHNIL

Under The Moonlight [2]

Pairing : Johnny x Taeil  /
Johnny x Hansol
Status : On-going
Genre : Werewolf AU
Rate : PG-17

 

bw

 

 

 

 

 

 

“You are the beauty and I am the wolf”

 

 

 


 

 

 

แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ลงมานั้นกระทบเข้ากับใบหน้าจนแทอิลยอมเปิดเปลือกตาขึ้นในที่สุด ก่อนจะพบว่าหมาป่าตัวนั้นตื่นและจ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว

 

 

“ทำไมไม่ปลุกฉัน…” แน่นอนล่ะว่ามันไม่ได้ตอบกลับมา —นั่นคงหมายความว่าถ้าหากอยู่ในร่างนี้อีกคนจะพูดกับเขาไม่ได้ … แบบนี้ก็ยังพอทำใจได้หน่อยล่ะนะ ถ้าหากอยู่ในร่างนี้แถมยังพูดกับเขาได้อีก แทอิลคงคิดว่าตัวเองเป็นบ้าเข้าสักวัน

 

 

หมาตัวนั้นแลบลิ้นเลียใบหน้าเขาน้อยๆก่อนจะลุกขึ้นเดินนำไปทางหนึ่ง

 

 

แบบนี้คงหมายความว่าอีกคนกำลังจะพาเขาไปส่งที่บ้านสินะ…

 

 

—มันก็จริงที่หมาป่าตัวนั้นนำทางเขาจนเดินกลับมาถึงบ้านของลุงและป้า แต่มันไม่ใช่แค่เดินมาส่งแล้วกลับไปน่ะสิ…

 

 

“ทำไมเชื่องได้ขนาดนี้กันล่ะเนี่ย” ลุงของเขาหัวเราะกับท่าทางของเจ้าหมาป่าตัวโตที่ทำท่าเคลิ้มระหว่างถูกเกาหูเกาคอจนน่าหมั่นไส้

 

 

เพี๊ยะ!!!

 

 

ใบหน้าของแทอิลสะบัดหันไปด้านข้างพร้อมๆกับความชาและความเจ็บนิดๆที่เกิดขึ้นที่ข้างแก้ม มันเร็วจนตั้งตัวไม่ทันแต่เขาก็รู้ได้โดยไม่ต้องหันกลับไปมองเลยด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือของใคร

 

 

“รู้มั้ยว่าทุกคนเป็นห่วงแกขนาดไหน!?” แม่ของเขาตวาดลั่นทันทีหลังจากได้ลงไม้ลงมือกับเขา … หมาป่าตัวนั้นขนตั้งฟูและขู่คำรามต่ำๆในลำคอ แต่ก็ไม่มีใครสนใจมันสักเท่าไหร่ แทอิลปรายตาไปมองหมาป่าตัวนั้นน้อยๆ ซึ่งมันก็หยุดขู่แล้วเดินมานั่งคั่นกลางระหว่างเขากับแม่ทันทีจนคนที่กำลังตวาดเขาอยู่ต้องหยุดแล้วก้มลงไปมองมัน

 

 

\

 

 

“พอเถอะ พวกเราเป็นห่วงเขา ตอนนี้แทอิลปลอดภัยแล้วเราก็ไม่ควรทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ” ลุงเข้ามาจับไหล่

เขา ส่วนป้าก็เข้าไปโอบน้องสาวตัวเองไว้ พลางลูบต้นแขนของเธอไปมาเบาๆอย่างปลอบประโลม

 

 

“แทอิลควรได้พัก —จริงไหม? เขาอยู่ข้างนอกมาทั้งคืนนะ” แม่นิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ เธอหันหลังให้แทอิลแล้วเดินหายเข้าไปอีกห้องหนึ่ง เป็นป้าที่เดินมาจับมือเขา แล้วพาขึ้นบันได้ไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดตรงไปยังห้องนอนที่จัดไว้สำหรับแทอิล

 

 

หมาป่าตัวนั้นยังคงเดินตามมาติดๆ และไม่มีใครสนใจหรืออาจจะไม่กล้าที่จะไล่มันออกไป

 

 

“แล้วนี่หมาที่ไหน” พ่อเดินเข้ามาในห้องแล้วจ้องหมาป่าตัวนั้นก่อนจะหลบสายตาเมื่อมันหันไปจ้องตอบเขม็ง

 

 

“หมาป่าครับพ่อ เจอในป่านั่นล่ะ มัน—” กำลังจะบอกว่ามันพามาส่งที่บ้าน แต่มันกลับฟังดูงี่เง่าเกินไป แทอิลเลยต้องกลืนคำพูดพวกนั้นแล้วปิดปากเงียบแทน

 

 

“พ่อไม่อนุญาตให้เลี้ยง อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านของลูก”

 

 

“งั้นพ่อก็ไล่มันออกไปสิครับ…” หมาป่าตัวนั้นกระโดดขึ้นมานอนเอาคางเกยหน้าตักเขาที่กำลังนั่งห้อยขาอยู่ปลายเตียง พ่อมองมาทางเราทั้งสองนิ่งๆก่อนจะยอมแพ้และเดินออกจากห้องไป

 

 

“มันเชื่องดีนะ” ป้าพูดขึ้น พลางเข้ามาลูบหัวของมันอย่างกล้าๆกลัว แต่หมาป่าตัวนี้กลับหลับตาพริ้มราวกับเคลิ้มกับสัมผัสนั้นเสียมากมาย ก่อนที่เธอจะปล่อยให้เขาได้พักผ่อน

 

 

แทอิลรีบผุดลุกขึ้นเดินไปกดล็อคประตูทันที และเขาก็คิดถูกแล้วที่ทำเช่นนั้น เพราะทันทีที่หันหลังกลับมา ร่างที่เคยเป็นหมาป่าก็ได้กลายเป็นคน … ที่เปลือยเหมือนเดิม ดีหน่อยที่เจ้าตัวดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายไว้

 

 

“สงสัยเราต้องซื้อเสื้อผ้าให้นายแล้วล่ะ” แทอิลเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า พลางหยิบเสื้อของตัวเองมานึกภาพเทียบกับตัวของอีกคน … ส่ายหน้าไปมาช้าๆเมื่อเห็นว่าไม่มีตัวไหนที่พอจะให้อีกคนใส่ได้เลย

 

 

“นี่นายจะแปลงร่างเมื่อไหร่ก็ได้เหรอ” หันไปถามคนตัวโตที่นั่งจับต่างหูเล็กๆที่หูซ้ายของตัวเองเล่น จะว่าไปตอนที่อยู่ในร่างหมาป่า เขาก็เหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างที่หูของเจ้าหมานี่สะท้อนล้อเล่นกับแสง คงจะเป็นต่างหูอันนี้สินะ

 

 

“ไม่ใช่หรอก ถ้าไม่ใช่คืนเดือนมืด จะเปลี่ยนร่างได้เท่าไหร่ก็ได้ตามใจ แต่ถ้าเป็นคืนเดือนมืด ก็จะได้แค่ไม่นาน เพราะมันเปลืองพลังงานมากน่ะ” พูดจบอีกคนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วส่งรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจและดูน่าหมั่นไส้มาให้

 

 

“ชอบข้าร่างนี้เหรอ”

 

 

“เพ้อเจ้อ!! ไม่คุยละฉันจะไปอาบน้ำ — ว่าแต่ นายชื่ออะไร”

 

 

“จอห์นนี่ …”

 

 

“แล้วทำไมต้องทำท่าลังเลแบบนั้นด้วยเล่า นั่นชื่อของนายไม่ใช่เหรอ” แทอิลท้วงขึ้น เมื่อคนที่ได้แนะนำตัวเป็นครั้งแรกขมวดคิ้วเหมือนคิดบางอย่างหลังจากพูดชื่อของตัวเองออกมา จอห์นนี่ยกมือขึ้นลูบปอยผมสีดำสนิทที่ยาวปรกหน้าของตัวเองก่อนจะเสยมันขึ้นแรงๆราวกับรำคาญ

 

 

“วันนี้จะพาไปซื้อเสื้อผ้าแล้วกัน แล้วก็จะเล็มผมให้นะ”

 

 

“เจ้าบอกจะไปอาบน้ำใช่มั้ย”

 

 

“ใช่ ทำไม?” ร่างสูงลุกขึ้นออกจากกองผ้าห่มแล้วเดินตรงมาทางเขาทั้งสภาพที่เปลือยแบบนั้น

 

 

ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ก็ใช่ว่าจะมาเปลือยต่อหน้ากันหน้าตาเฉยแบบนี้ไม่ได้นะ !!

 

 

“ข้าอาบด้วย”

 

 

“ไม่ !!!!”

 

 

“เถอะน่า อยากให้ข้านอนบนเตียงเจ้าทั้งที่เนื้อตัวสกปรกเหรอ” มือใหญ่กำรอบข้อมือของเขาแน่นก่อนจะดึงรั้งให้ร่างทั้งร่างขยับเข้าไปใกล้ ไม่รู้ว่าจอห์นนี่ตัวใหญ่เกินไปหรือเขาดันเกิดมาเป็นผู้ชายตัวเล็กกันแน่ ตอนนี้มันถึงได้เหมือนเขาจะจมหายเข้าไปในอกอีกคน

 

 

“งั้นก็ช่วยกลับไปเป็นหมาเหมือนเดิมหน่อยเถอะ !!”

 

 

“หมาป่า แทอิล อย่าให้ข้าย้ำอีกรอบเชียว”

 

 

/

 

 

ในอ่างอาบน้ำเล็กๆนอกจากจะเต็มไปด้วยฟองสบู่แล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยร่างของเด็กหนุ่มวัย 22 ปี — ซึ่งก็คือเขาเอง — และหมาป่าตัวโตๆอีกตัวที่ถึงแม้ขนสีดำจะเปียกลู่แนบไปกับเนื้อแต่ก็ยังตัวใหญ่อยู่ดี

 

 

“จอห์นนี่!!!” ตะโกนลั่นเมื่ออยู่ๆหมาในอ่างก็กลายร่างเป็นคนอีกรอบ ให้ตายเถอะ วันนี้เขาขึ้นเสียงใส่อีกคนกี่รอบกันแล้วนะ

 

 

“ก็อาบน้ำร่างนี้มันสบายตัวกว่านี่” อีกคนยักไหล่แล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพาดไว้กับขอบอ่าง และตอนนี้พื้นที่ในอ่างมันขับแคบกว่าเดิมขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

 

 

“อ้างไปเรื่อย แบบนี้มันอึดอัดนะ”

 

 

“ไม่นานหรอกน่า …” แทอิลเบะปากแล้วขดท่อนขาเข้าหาตัวกอดจะวาดแขนไปกอดมันไว้สร้างพื้นที่ส่วนตัวให้ตัวเองอย่างชัดเจนจนอีกคนหลุดขำออกมา

 

 

“ผมถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

 

 

“ได้ทุกอย่าง แต่ข้าจะไม่ตอบทุกอย่างหรอกนะ”

 

 

“อ้าว…” รู้สึกเหมือนโดนกวนประสาทยังไงชอบกล และเมื่อเห็นรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากรูปกระจับนั่นเขาก็ยิ่งมั่นใจเลยว่าโดนกวนอยู่

 

 

“อยากรู้อะไรล่ะ” จอห์นนี่เอื้อมไปหยิบขวดครีมอาบน้ำที่ถูกวางทิ้งอยู่บนพื้นมากดปั๊มใส่มืออย่างอารมณ์ดี แต่มันเยอะมากจนเขาต้องแย่งมาถือไว้ในมือเสียก่อนที่อีกคนจะใช้มันหมดภายในวันเดียว

 

 

“ทำไมถึงกลายร่างเป็นหมาป่าได้”

 

 

“… ถามผิดแล้ว เจ้าต้องถามว่าทำไมข้ากลายร่างเป็นคนได้ต่างหาก — จริงๆแล้วข้าก็เป็นหมาป่าธรรมดานี่ล่ะ”

 

 

“อ่า — นั่นล่ะ แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง” แทอิลจับมือจอห์นนี่มาลูบเอาครีมอาบน้ำที่เปรอะอยู่เต็มมือออกให้หลังจากอีกคนทำท่างกเงิ่นไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันต่อจนเขาตัดสินใจเข้าไปช่วย

 

 

“ขอบคุณ — มัน … เวทย์มนต์คาถานั่นล่ะ ข้าจำไม่ค่อยได้หรอก ก็อยู่มาตั้งสามร้อยปีแล้วนี่”

 

 

“จริงๆแล้วคุณก็ไม่ควรอยู่มานานขนาดนี้ — ผมไม่ได้แช่งอะไรแบบนั้นนะ” รีบโบกมือกลับไปทันทีหลังจากนัยน์ตาสีเฮเซลนั่นตวัดกลับมามองเขา ก่อนเจ้าตัวจะส่งยิ้มให้บางๆ

 

 

“เชื่อเถอะว่าข้าก็ไม่ได้อยากอยู่นานขนาดนี้หรอก … แต่ตอนนี้ไม่คิดแบบนั้นแล้วล่ะ”

 

 

/

 

 

“หลานแน่ใจนะว่าขับเป็น”

 

 

“ครับ” แทอิลยิ้มกว้างจากห้องโดยสารของรถฟอร์ด เอฟ ซีรี่ส์ สมัยปี 1948 ปิกอัพสีแดง(ที่เคย)สดสุดรักสุดหวงของลุงที่เขาจำได้ลางๆว่าเคยนั่งในตำแหน่งผู้โดยสารไปเที่ยวเล่นในเมืองเมื่อตอนเป็นเด็ก แต่ตอนนี้ เขาได้มานั่งอยู่หลังพวงมาลัยแล้ว

 

 

ลุงมีท่าทีไม่วางใจแต่ก็ยังยอมให้เขาได้สัมผัสมัน และนั่นทำให้เขารักลุงขึ้นไปอีกสิบเท่าเลยล่ะ

 

 

“ถ้าหลานหลงทาง —”

 

 

“ผมไม่หลงหรอกครับป้า” แต่ถ้าเป็นแบบนั้นผมจะรีบโทรมาหานะครับ เขาโบกมือให้ลุงและป้า จากนั้นจึงหันกลับมาสตาร์ทเครื่องยนต์ และทันทีที่เครื่องติด เจ้าหมาป่าตัวใหญ่ที่มีขนสีดำสนิทก็กระโดดเอาขาหน้าทั้งสองข้างไปเกาะขอบหน้าต่างที่เปิดกว้างไว้ทันที

 

 

“อย่าลืมซื้อสายจูงกับปลอกคอมาให้มันด้วยล่ะแทอิล”

 

 

รถปิกอัพเก่าๆสีแดงซีดๆขับออกมาตามถนนที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้สูง จนกระทั่งธรรมชาติต่างๆเริ่มเบาบางลงแล้วถูกแทนที่ด้วยอาคารบ้านเรือนแทน นั่นหมายความว่าพวกเขาเริ่มเข้าใกล้แหล่งชุมชนแล้ว

 

 

แทอิลขับไปตามเส้นทางที่ลุงบอก ซึ่งเป็นทางไปสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ซึ่งเขาจะสามารถซื้อเสื้อผ้าให้จอห์นนี่และซื้อของกลับเข้าไปเติมในบ้านตามรายการที่ป้าฝากมา

 

 

“นายรออยู่ที่รถก่อนนะ” หูของจอห์นนี่ลู่ลงทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น … แทอิลใจอ่อน แต่เขาก็เอาจอห์นนี่เข้าไปด้วยไม่ได้อยู่ดี

 

 

“ไม่นานหรอก เชื่อฉันสิ” เจ้าตัวใหญ่ขนฟูสีดำกระโดดลงไปอยู่ใต้คอนโซลรถทันทีเพื่อจบบทสนทนา — ที่เขาพูดอยู่คนเดียว  แทอิลเปิดประตูลงจากรถแล้วปิดแรงๆใส่เจ้าหมานั่นอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ตรงไปที่แผนกเสื้อผ้าและรองเท้าอย่างไม่ลังเล

 

 

ก็ตั้งใจว่าจะให้ลงมาเดินเล่นด้วยกันอยู่แล้วล่ะ

 

 

ทำเป็นงอนไปได้นะ

 

 

หลังจากได้ทุกอย่างครบที่ต้องการแล้ว แทอิลจำต้องควักเงินเก็บของตัวเองออกมาซื้อเสื้อผ้าให้อีกคนก่อน เพราะจอห์นนี่คงจะไม่มีเงินแน่ๆ ยังดีที่เขาแบ่งค่าขนมที่ได้แต่ละวันในช่วงเปิดเทอมที่มหาฯลัยมาเก็บไว้ เหตุผลหนึ่งก็เพราะจะได้เอามาใช้เที่ยวที่นี่ได้อย่างเต็มที่นั่นแหละ

 

 

กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่รถ ซึ่งก็พบว่าจอห์นนี่กลับมานั่งบนเบาะเหมือนเดิมแล้ว แต่เจ้าตัวเอาคางเกยไว้บนคอนโซลแล้วมองออกไปนอกกระจก ดูเบื่อเต็มทน

 

 

แต่พวงหางสีดำนั่นส่ายไปมาช้าๆแล้วเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นเมื่อเขายื่นถุงเสื้อผ้าและรองเท้าไปให้ตรงหน้าเจ้าตัว

 

 

“รีบเปลี่ยน รีบไปซื้อของ รีบกลับบ้าน”

 

 

“น่ารักอะไรอย่างนี้นะ” จอห์นนี่ที่เปลี่ยนเป็นร่างคนได้ในพริบตา พุ่งเข้ามาแตะริมฝีปากลงบนแก้มของเขาเบาๆแล้วถอยออกไปรื้อของออกมาจากถุง ซึ่งคนถูกกระทำของเขาทำได้แค่กระพริบตาปริบๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่

 

 

“นาย…”

 

 

“แทนคำขอบคุณน่ะ”

 

 

“ขอบใจ … แต่คราวหลังฉันขอคำว่าขอบคุณดีกว่า” แทอิลหันหน้าหนี ปล่อยให้อีกคนจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ยังดีที่เจ้าตัวรู้ว่าใส่เสื้อผ้าอย่างไร ไม่งั้นก็ลำบากเขาแน่

 

 

ว่าแต่… รู้ได้ยังไงกันนะ เหมือนเคยใส่มาก่อน แค่ตอนนี้ อีกคนไม่มีเสื้อผ้าให้ใส่เฉยๆ

 

 

แล้วคนที่สาปให้จอห์นนี่เป็นแบบนี้ ตอนนี้เขาหรือเธออยู่ที่ไหนกัน …

 

 

“เจ้านี่กะมาได้พอดิบพอดีจริงๆ หัวจรดเท้าเลย” แทอิลหันกลับไปมองอีกคนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำลายโง่ๆกับกางเกงยีนส์สีเข้ม แต่จอห์นนี่ก็ยังดูดีถึงแม้ว่าชุดมันจะธรรมดามากก็ตาม

 

 

“และมันก็คือเงินทั้งนั้นเลย …”

 

 

“งกจริง ข้าจะชดใช้คืนให้ด้วยร่างกายนะ”

 

 

“พูดบ้าอะไรน่ะ!!”

 

 

“ขอโทษที แรงกายต่างหาก ข้าพูดผิด” อีกคนหัวเราะจนดวงตาเรียวรีนั่นโค้งขึ้นเป็นขีด ส่วนเขาก็ถูกกวนอีกครั้งจนต้องหนีลงจากรถแล้วปิดประตูกระแทกหน้าจอห์นนี่แรงๆอีกครั้ง แรงขนาดที่ถ้าลุงมาเห็นต้องใจสลายแน่นอน

 

 

/

 

 

แทอิลนั่งงอขาอยู่ในรถเข็นคันใหญ่ โดยมีจอห์นนี่เป็นคนเข็นให้ไปในทิศทางที่เขาชี้สั่ง ล้วงหยิบแผ่นกระดาษเล็กๆที่ป้าจดรายการที่ต้องซื้อออกมาจากกระเป๋ากางเกง นั่งคำนวณราคาคร่าวๆเทียบกับเงินที่ป้าให้มา โดยมีความคิดที่ว่าถ้าหากเงินเหลือ เขาก็อยากจะแอบซื้ออะไรเล็กๆน้อยๆอย่างเช่นเบียร์กระป๋องกลับไปดื่มกับลุงสองคน

 

 

“ดูจากของสดพวกนี้แล้ว เหมือนว่าเย็นนี้เราจะได้กินไก่อบกันเลยนะ”

 

 

“อ่า … ข้าอุตส่าห์หวังจะได้กินอะไรที่มันดีกว่านี้”

 

 

“อะไรล่ะ หยุดหวังเลยเถอะ เผลอๆนายจะได้กินอาหารหมาด้วยซ้ำ” แทอิลหัวเราะเบาๆเมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นสีหน้ายุ่งๆของอีกคน ในที่สุดเขาก็กวนประสาทกลับได้

 

 

“แต่ ข้า เป็น หมา ป่า” จอห์นนี่พูดย้ำช้าๆชัดๆทีละคำ และกัดฟันพูดด้วย นั่นทำให้แทอิลได้เห็นเขี้ยวเล็กๆเป็นครั้งแรก แต่เขามั่นใจว่าในร่างหมาป่านั้นมันจะไม่ใช่เขี้ยวเล็กๆแบบนี้แน่

 

 

“มันก็คือร่างหมานั่นล่ะ — ล้อเล่นน่ะ ฉันไม่ใจร้ายกับนายแบบนั้นหรอก” แทอิลหัวเราะเบาๆเมื่ออีกคนทำหน้าเหยเก ซึ่งคงจะพยายามนึกถึงรสชาติของอาหารสุนัขอยู่ “แต่ฉันก็ต้องซื้อปลอกคอกับสายจูงกลับไปตามที่ลุงบอกอยู่ดี”

 

 

“ไม่เอาทั้งสองอย่างนั้นล่ะ!!”

 

 

 


 

 

TBC

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s