To be with you – JOHNIL

To be with you
Pairing : Johnny x Taeil
Rate : G

NCT-VIXX-N-JOHNNY

“I’m a man with a big heart
Who can protect you and stay by your side”

 

 


 

 

 

ซอยองโฮกระชับสายกระเป๋าเป้สีดำบนไหล่ให้เข้าที่เตรียมพร้อมจะก้าวออกจากห้องเรียนหลังจากอาจารย์ประกาศว่าคาบเรียนวันนี้จบแล้ว แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลหลังกรอบแว่นหนาสีดำสนิทเหลือบไปเห็นเมฆครึ้มก้อนมหึมาบนท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างนั่นเสียก่อน จึงทำให้เขาเลือกที่จะเดินไปหยิบร่มของตัวเองที่ทิ้งไว้ในล็อคเกอร์หลังห้องเพื่อป้องกันไว้ ก่อนจะก้าวขายาวๆเพื่อรีบไปรอขึ้นรถโดยสาร

 

 

แต่เหมือนว่าฟ้าฝนนั้นรีบร้อนที่จะเทสาดน้ำลงมาเหลือเกิน เพราะทันทีที่เขาลงมาถึงชั้นล่างแล้วนั้น ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

 

 

กำลังจะกางร่มแล้วเตรียมออกเดินแต่ก็มีลมวูบหนึ่งพัดผ่านกายไปพร้อมๆกับที่มีร่างเล็กๆของชายคนหนึ่งวิ่งฝ่าฝนออกไป

 

 

“อ… อ้าว —เดี๋ยวก่อนครับคุณ” ตะโกนเรียกอีกคนไว้แต่เพราะฝนที่กระหน่ำลงมา เสียงของเขาจึงส่งไปไม่ถึงอีกคน ตัดสินใจกางร่มแล้ววิ่งตามออกไปทันทีอย่างไม่ต้องคิดนานจนในที่สุดเขาก็เข้าถึงตัวอีกคนซึ่งชะลอความเร็วลงจนหยุดอยู่กับที่ในที่สุด

 

 

“ต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ก้มลงไปพูดกับอีกคนที่สูงถึงแค่คางของเขา เจ้าตัวมีทีท่าแปลกใจเล็กน้อยในตอนแรก แต่ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นก็เปลี่ยนมายิ้มกว้างให้เขาทันทีก่อนจะควงแขนแล้วออกแรงลากยองโฮไปในทิศทางที่เจ้าตัวต้องการ

 

 

“ก็รีบน่ะสิ —ขอบคุณนะ” ถึงจะยังมึนงงแต่ยองโฮก็พาขายาวๆก้าวตามอีกคนไปจนมันมาหยุดที่ป้ายรอรถโดยสาร

 

 

“อ้าว —ยังมาไม่ถึงอีก” ชายคนนั้นพึมพำเบาๆกับตัวเอง แต่ระห่างระหว่างเราตอนนี้มันไม่ได้มากมายนัก เขาจึงได้ยินทุกคำพูดของอีกคน

 

 

“อ่า —มีนัดสินะครับ” ยองโฮถอยห่างอีกคนเล็กน้อยแล้วหุบร่มเก็บ ยกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลเข้มที่ชื้นไปด้วยละอองฝนเล็กน้อยพลางถอดแว่นออกมาเช็ดด้วย

 

 

“ … ขอโทษนะที่ลากนายมา แล้วก็ขอบคุณมากเลย” อีกคนก้มหัวลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษ ซึ่งเขาก็รีบโบกมือปัดเป็นเชิงว่าไม่ต้องใส่ใจทันที

 

 

“ผมก็จะมาที่นี่พอดี —ซอยองโฮ ม.ปลายปีสองครับ”

 

 

“ฉันนี่แย่จริงๆเลยนะเนี่ย—” อีกคนทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ แต่ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มให้อีกครั้ง “— มุนแทอิล ปีสามแล้วล่ะ”

 

 

“แล้วนี่ … พี่รีบไปไหนกันครับ” ยองโฮมองไปรอบๆตัวที่มีแต่พวกเขาและสายฝนล้อมรอบ แม้แต่รถสักคันในเวลานี้ก็ไม่มี อาจจะเป็นเพราะว่ามันใกล้ค่ำมากแล้ว และมีฝนตกหนัก คนอื่นๆถ้าไม่หลบฝนกันอยู่ก็คงจะถึงจุดหมายกันตั้งแต่เห็นฝนตั้งเค้าแล้ว

 

 

“อ่า … แฟนพี่จะมารับน่ะ —” อีกคนเกาข้างแก้มตัวเองอย่างพยายามกลบอาการเขินอายเมื่อต้องพูดถึงบุคคลที่สาม “แต่เหมือนตอนนี้เขาจะยังมาไม่ถึงนะ” พูดจบอีกคนก็หยีตาแล้วชะเง้อคอมองผ่านสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา

 

 

ยองโฮที่ไม่มีอะไรจะพูดต่อก็ได้แต่ยืนเงียบมองไปบนถนนที่เห็นว่ารถโดยสารสายประจำที่เขาขึ้นใกล้เข้ามาแล้ว หันกลับไปมองพี่แทอิลอีกครั้ง อีกคนยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาจากนาฬิกาเรือนเล็กที่สวมอยู่ คิ้วที่ถูกปรกอยู่ใต้หน้าม้าบางๆขมวดเข้าหากันเล็กน้อยแต่ก็เปลี่ยนสีหน้ากลับไปเรียบนิ่งเหมือนเดิมในวินาทีต่อมา

 

 

“ผมต้องไปแล้วล่ะ” เขาพูดขึ้นเมื่อรถโดยสารเริ่มชะลอความเร็วเพื่อจอดเทียบ

 

 

“อื้อ —” แทอิลพยักหน้า แล้วยกมือที่ถูกแขนเสื้อสูทสีเทากินไปเกือบครึ่งมือโบกไปมาน้อยๆ “ — กลับดีๆนะ ขอบคุณมาก”

 

 

/

 

 

“วันนี้ไม่วิ่งฝ่าฝนออกไปแล้วเหรอครับ” ร่างเล็กๆตรงหน้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้เมื่อหันกลับมาดูแล้วเห็นว่าเป็นเขาเอง

 

 

“ก็กำลังรอ ว่าจะเจอคนใจดีแบบยองโฮมั้ย” อีกคนขยับเข้ามาอยู่ใต้ร่มด้วยกันแล้วเดินแหวกฝ่าม่านฝนออกไปกับเขา เย็นวันนี้ฝนตกอีกแล้ว และเขาก็บังเอิญเจอกับพี่แทอิลอีกครั้ง

 

 

“ช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวัน ทำไมพี่ไม่พกร่มมาล่ะครับ”

 

 

“ทำไมกันล่ะ เบื่อพี่แล้วเหรอ” อีกคนลากเสียงยาวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา แววตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความทะเล้นจนยองโฮเผลอหลุดยิ้มออกมา

 

 

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ถ้าเผื่อวันไหนพี่เจอแต่คนใจร้ายล่ะ ไม่ต้องฝ่าฝนไปที่ป้ายแบบวันนั้นเลยเหรอ”

 

 

“จริงๆแล้ว … พี่เอามาแล้วนะ แต่เมื่อเช้าคงจะลืมไว้บนรถโดยสาร” พูดจบเจ้าตัวก็หัวเราะแห้งแล้วเหยียดริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มช้าๆ

 

 

 

“อ่า แบบนี้นี่เอง” ยองโฮหันไปยิ้มให้อีกคนก่อนจะพากันเดินอย่างไม่เร่งรีบไปที่ป้ายรถโดยสาร ซึ่งจากปกติที่เคยว่าง ตอนนี้กลับมีผู้ชายคนหนึ่งยืนพิงป้ายโฆษณาด้านหลังรออยู่ อีกคนสูงพอๆกับเขาและมีรอยยิ้มที่เป็นมิตร — เขารู้เพราะว่าตอนนี้ผู้ชายคนนั้นกำลังส่งยิ้มมาให้เขา

 

 

“ต้องไปแล้วล่ะ รบกวนยองโฮอีกแล้ว”

 

 

“ไม่เป็นไรเลยครับ” เขาและพี่แทอิลโบกมือลากัน และยองโฮก็ไม่ลืมที่จะหันไปค้อมหัวน้อยๆให้กับผู้ชายคนนั้นซึ่งจากการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นเด็กมหาฯลัย พี่แทอิลกับผู้ชายคนนั้นเดินตรงไปตามทางข้างหน้า ใต้ร่มอีกคันที่คนสูงกว่าถืออยู่ โดยมีแขนยาวๆนั่นพาดอยู่บนไหล่ของพี่แทอิลที่ดูเล็กเหลือเกิน และยิ่งดูเล็กลงไปเรื่อยๆเพราะสองคนนั้นเดินไกลออกไปจากจุดที่เขายืนอยู่แล้ว

 

 

/

 

 

วันนี้เขาไม่มีสมาธิจะเรียนเลยแม้แต่น้อย จึงเลือกที่จะหลบบรรยากาศน่าเบื่อหน่ายในห้องเรียนขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์บนดาดฟ้า ที่ถึงแม้ท้องฟ้าด้านบนจะไม่ได้เป็นสีฟ้าสดใสเพราะกลุ่มเมฆหนาๆนั่นลอยอยู่เต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้มืดครึ้มราวกับว่าจะมีฝนตกอยู่ตลอดเวลา

 

 

เลือกเดินไปที่มุมประจำซึ่งเป็นจุดอับที่กล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้แล้วหยิบซองบุหรี่ออกมาเคาะแล้วจุดสูบ อัดกลิ่นมิ้นต์เย็นๆของบุหรี่ยี่ห้อประจำเข้าปอด

 

 

ถอดแว่นกรอบหนาสีดำของตัวเองออกไปเกี่ยวไว้กับขอบกระเป๋าเสื้อเมื่อตอนนี้มันไม่จำเป็นต้องใช้ แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นคอนกรีตร้อนระอุ

 

 

“แอบโดดเรียนมาทำอะไรแบบนี้เหรอยองโฮ”

 

 

แค่กๆ !!

 

 

“พี่แทอิล?!” หันไปมองอีกคนที่หยัดกายลุกขึ้นมานั่ง ซึ่งก่อนหน้านี้อีกคนของจะนอนราบอยู่กับพื้นและเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย

 

 

“ขอโทษครับ…” ทำท่าจะบี้บุหรี่ลงกับพื้นเพื่อดับมัน แต่อีกคนก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน

 

 

“ไม่เป็นไร สูบเถอะ … มีเรื่องเครียดเหรอ” อีกคนปัดมือที่เปื้อนเล็กน้อยแล้วขยับขานั่งขัดสมาธิจ้องมาที่เขา

 

 

“ก็ … นิดหน่อยครับ” ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบไปทั้งๆที่เขาก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องเครียดหรือไม่ — จริงๆตอนนี้เขารู้สึกฟุ้งซ่านมากกว่า และมันก็ฟุ้งมากๆจนจับมาเรียงเป็นคำพูดไม่ถูกเลยล่ะ

 

 

“พี่ก็มีนะ ขอลองหน่อยสิ” ยองโฮเหยียดรอยยิ้มที่มุมปากน้อยๆก่อนจะหันก้นกรองไปทางอีกคน ซึ่งก็ขยับเข้ามาหาแล้วเผยอปากอย่างไม่ลังเลที่จะดูดบุหรี่ต่อจากเขา และนั่นทำให้เขาดึงมือกลับแทบไม่ทัน

 

 

“อะไรกันเล่า” อีกคนมุ่ยหน้าแล้วถอยกลับไปนั่งตามเดิม

 

 

“ผมไม่คิดว่าพี่จะเอาจริง — เคยสูบแล้วเหรอครับ?”

 

 

“… ไม่เคยหรอก”

 

 

“งั้นผมก็คิดถูกแล้ว — อย่าสูบเลยครับ” พูดจบก็อัดควันเข้าปอดจนหมดมวนแล้วทิ้งมันลงกับพื้นข้างๆตัว มองไฟสีแดงที่ค่อยๆลามเลียไปทีละน้อยจนเสียงของพี่แทอิลมาดึงความสนใจเขาไปจากมัน

 

 

พี่แทอิลเปลี่ยนท่านั่งเป็นชันขาขึ้นมากอดเข่าตัวเองแล้วเอาคางเกยไว้มองตรงมาที่เขา

 

 

“ยองโฮนี่แปลกนะ รู้ว่ามันไม่ดีต่อตัวเองแท้ๆ จริงๆแล้วถ้าเครียดมากเราก็แค่หายใจเข้าไปลึกๆก็พอแล้วแท้ๆ”

 

 

“ไม่ได้อยากทำร้ายตัวเองหรอกครับ … แต่พอลองแล้ว มันถอนตัวไม่ขึ้นน่ะ” จ้องตอบอีกคนเขม็งและนั่นทำให้แทอิลต้องหลุบสายตาลงมองพื้น

 

 

“แล้วพี่เครียดเรื่องอะไรอยู่?”

 

 

แต่พี่แทอิลไม่ได้ตอบ อีกคนเพียงแค่ส่งรอยยิ้มบางๆมาให้ แต่ดวงตากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนไปกับพื้นตามเดิม

 

 

/

 

 

เย็นวันนี้ฝนไม่ได้ตกหนักมากเหมือนวันก่อนๆ ออกจะมีแสงแดดแรงๆส่องผ่านเมฆลงมาแยงตาเล่นๆเสียด้วยซ้ำ แต่เขาและพี่แทอิลยังคงเดินไปที่ป้ายรถโดยสารใต้ร่มสีดำคันเดิมของเขา อากาศตอนนี้มันร้อนอบอ้าวจนเขาต้องพับสูทเก็บแล้วคลายปมเนกไทสีแดงสดให้หลวมขึ้นอีกเล็กน้อยโดยไม่ลืมจะปลดกระดุมตามไปด้วย

 

 

“อากาศแบบนี้น่าไปหลบอยู่ในร้านไอศกรีมเนอะ” พี่แทอิลพูดขึ้นพลางยกมือน้อยๆพัดให้ตัวเองไปด้วย

 

 

“นั่นสินะครับ — แต่คงไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ” หันไปยิ้มให้อีกคน แต่แทอิลกลับทำหน้ารู้สึกผิดส่งกลับมา

 

 

“อา — ขอโทษจริงๆน้า รบกวนยองโฮบ่อยๆแต่กลับไม่ได้ตอบแทนอะไรเลย”

 

 

“ผมบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ผมต้องมาที่นี่อยู่ดี ทางเดียวกันไงครับ” ยองโฮหุบร่มแล้วสะบัดน้ำฝนที่เกาะอยู่ออกเล็กน้อย ก่อนจะยืนเป็นเพื่อนอีกคน

 

 

รถโดยสารสายเดิมขับมาจอดเทียบตรงหน้าเราสองคนให้ผู้โดยสารได้ลง ก่อนจะปิดประตูแล้วขับออกไปเมื่อไม่มีคนขึ้นมา คนที่ลงมาแยกย้ายกันเดินไปที่จุดหมายของตัวเองจนรอบๆตัวเหลือแค่เขากับพี่แทอิลอีกครั้ง

 

 

“ไม่กลับบ้านเหรอ”

 

 

“ผมไม่รีบ ไม่อยากทิ้งพี่อยู่คนเดียวแล้วด้วย— เดี๋ยวจะเหงา” อีกคนยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้าทั้งๆที่ยิ้มเต็มแก้มอยู่แบบนั้น เมื่อยืนไปสักพัก แล้วยังไม่มีวี่แววของแฟนพี่แทอิล เราสองคนเลยตัดสินใจถอยกลับไปนั่ง ยองโฮหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเสียบหูฟัง เปิดเพลงจากเพลย์ลิสต์โปรด โดยไม่ลืมที่จะแบ่งปันอีกคนด้วย เขาหยิบยื่นหูฟังข้างหนึ่งให้พี่แทอิล แต่อีกคนกลับเอียงใบหน้าเข้ามาใกล้ให้เขาใส่ให้แทน

 

 

“ที่ยองโฮถามเมื่อตอนที่เราอยู่บนดาดฟ้า … มันเป็นเรื่องแฟนพี่เองแหละ ช่วงนี้เหมือนเราจะห่างๆกัน” อีกคนพูดเบาๆ เบามากจนเขาต้องดึงหูฟังออกมาฟังอีกคนพูด หลังจากพูดจบเจ้าตัวก็ไม่ยอมละสายตาขึ้นมาจากพื้นตรงหน้าเลย

 

 

แต่จนฝนหยุดตก จนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำ จนรอบข้างเต็มไปด้วยแสงสีของไฟยามค่ำคืน ก็ยังไม่มีวี่แววของผู้ชายคนนั้น พี่แทอิลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหลังจากเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมสนทนาดังขึ้น

 

 

ถึงแม้อีกคนจะไม่พอใจ หงุดหงิด หรือเศร้าอยู่แต่พี่แทอิลกลับแสดงท่าทางออกมาได้น่ารักจนเขาต้องลอบยิ้มคนเดียวกับท่าทางที่เบะปากน้อยๆเหมือนเด็กถูกแกล้ง

 

 

“เขาบอกว่าติดธุระล่ะ แล้วปล่อยให้รอตั้งนาน”

 

 

“… แล้วทำไมพี่ถึงรอเขาล่ะครับ” อีกคนหันมามองเขานิ่งๆ ก่อนจะยิ้มให้บางๆพร้อมกับพูดบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ชวนให้ใจกระตุกแปลกๆ

 

 

“มันอาจเป็นเหตุผลเดียวกับที่นายรอเป็นเพื่อนฉันจนถึงตอนนี้ก็ได้นะ”

 

 

“ผม … แค่อยากอยู่เป็นเพื่อนพี่ก่อน”

 

 

“งั้นเหรอ —” แทอิลยิ้ม เป็นยิ้มที่ดูทะเล้นที่สุดตั้งแต่ที่เขาเคยเห็นอีกคนยิ้มมา “— งั้นอยู่เป็นเพื่อนพี่ต่ออีกหน่อยนะ ไปกินไอติมกัน”

 

 

/

 

 

วันนี้เป็นวันเสาร์และเขาก็โดนลากออกมาดูหนังกับกลุ่มเพื่อนโดยไม่เต็มใจ จริงๆแล้วเขาชอบที่จะอยู่กับพวกเพื่อนๆนะ แต่ต้องไม่ใช่วันนี้ วันที่เขาได้นอนไปเพียงสามชั่วโมงเท่านั้นเพราะตั้งใจจะทำงานที่อาจารย์สั่งมาให้เสร็จๆไปเพื่อที่วันหยุดเขาจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ … อย่างน้อยก็ออกมาวันอาทิตย์ก็ได้ แต่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าวันอาทิตย์จะทำงาน — ดีมาก เยี่ยมสุดๆ …

 

 

แต่วันนี้ก็ไม่ได้แย่ หนังที่พวกเขาดูเป็นหนังรัก มันก็ไม่ได้น่าเบื่อจนทำให้หลับคาเก้าอี้แต่ก็ไม่ได้ดีจนทำให้เขาอยากจะกลับเข้าไปดูอีก

 

 

“กำลังคิดเลยว่ามาดูเรื่องนี้ยองโฮมันจะหลับมั้ย” เพื่อนคนหนึ่งเปิดประเด็นพูดขึ้นหลังจากเราพากันเดินออกมาจากโรงภาพยนตร์

 

 

“กูล่ะอยากเห็นแฟนของยองโฮจริงๆเลย คนทื่อๆแบบยองโฮจะมีแฟนแบบไหนกันนะ”

 

 

“เอาเถอะ พูดกันเข้าไป ถ้าพามาเปิดตัวแล้วอย่ามาวอแวแฟนกูแล้วกัน” หันไปท้าทายเพื่อนฝูงอย่างอดไม่ได้ ทั้งๆที่ในหัวเขาก็คิดตามคำพูดพวกมันอยู่เหมือนกัน เขาเป็นคนแบบนั้นจริงๆแหละ แล้วก็ไม่เคยนึกภาพตัวเองตอนมีแฟนเลย

 

 

แต่ตอนนี้ อยู่ๆภาพของพี่แทอิลกลับลอยเข้ามาในหัวเสียอย่างนั้น

 

 

ราวกับเจ้าตัวหลุดออกมาจากความคิดของยองโฮได้ เพราะตอนนี้มุนแทอิลคนนั้นยืนห่างออกไปจากจุดที่เขาอยู่ไม่ไกล กับผู้ชายคนนั้น และผู้หญิงอีกคน …

 

 

ผู้ชายคนนั้นคว้าข้อมือของพี่แทอิลไว้เมื่อตอนที่อีกคนหันกลับจะเดินหนีออกไป แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เอามือแตะที่ต้นแขนของเขาไว้ด้วยเช่นกันราวกับจะเตือนว่าเธอยังอยู่ตรงนี้

 

 

พี่แทอิลหันมามองมือของผู้หญิงคนนั้น สลับกับมือที่เกาะกุมอยู่ที่ข้อมือของเขา ก่อนจะลากสายตาขึ้นไปมองสบนิ่งๆจนกระทั่งผู้ชายคนนั้นยอมปล่อยให้พี่แทอิลเดินออกไป

 

 

“มึงจะไปไหนอ่ะยองโฮ !!” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนไล่หลังมา แต่เขาก็ไม่คิดจะหันกลับไปตอบ วิ่งผ่านชายหญิงคู่นั้น ไม่สนใจว่าอีกคนจะจำเขาได้หรือไม่ เพราะตอนนี้เขาสนใจแค่แผ่นหลังพี่แทอิล ที่วิ่งนำห่างออกไป จนเจ้าตัวไปหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าเพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

 

 

ยองโฮยืนมองห่างๆรอดูว่าอีกคนจะทำอย่างไรต่อไป

 

 

คนที่เคยยืนมองสายฝนนิ่งๆเริ่มก้าวไปข้างหน้าช้าๆ จนพาตัวเองเข้าไปเปียกปอนอยู่กลางสายฝน จนเขาเองต้องรีบวิ่งไปดึงอีกคนให้กลับเข้ามา

 

 

“ยองโฮ !!”

 

“พี่ทำอะไรน่ะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกครับ”

 

 

“… พี่แค่อยากรีบกลับบ้าน” อีกคนก้มหน้าลงแล้วรีบใช้หลังมือปาดบนใบหน้าลวกๆ ไม่แน่ใจว่าพยายามปาดน้ำตาทิ้งหรือพยายามจะเช็ดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่บนใบหน้าเล็กๆนั่น

 

 

ตัดสินใจเอื้อมมือไปเกลี่ยเช็ดหยดน้ำบนแก้มอีกคนเบาๆ ซึ่งพี่แทอิลก็ยืนนิ่งให้กระทำแต่โดยดี และมองตรงมาที่เขาด้วยนัยน์ตาที่ดูเศร้าๆคู่นั้น

 

 

“ให้ผมไปส่งนะ เดี๋ยวพาเล่นน้ำฝน”

 

 

กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มผงกขึ้นลงช้าๆเป็นการตอบรับ ก่อนที่เจ้าตัวจะเอื้อมมือมาจับมือเขาไว้ พาลากจูงไปในทิศทางที่อีกคนต้องการ

 

 

แต่เขากลับกระตุกมือนั้นเบาๆให้อีกคนหันมาก่อนที่เราจะออกไปยืนอยู่กลางสายฝนด้วยกัน

 

 

มองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของอีกคน

 

 

ปล่อยให้ความรู้สึกมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

 

อยากจะนึกย้อนไปว่ามันตั้งแต่ตอนไหนกัน

 

 

แต่ช่างมันเถอะ… ช่างสายตาคนรอบๆด้วยตอนนี้

 

 

พี่แทอิลไม่ได้มีทีท่าตกใจเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงไปหาแล้วบดเบียดริมฝีปากเย็นๆจากอากาศโดยรอบลงไปช้าๆจนมันเริ่มอุ่นขึ้นด้วยริมฝีปากของอีกคน สัมผัสได้ถึงความแห้งผากน้อยๆ แต่ไม่เป็นไร เพราะเขาจะทำให้มันชุ่มชื่นเอง

 

 

ในตอนแรกนั้นไม่มีการล่วงล้ำใดๆจนเราผละออกห่างกันเล็กน้อยแล้วถูกดึงดูดเข้าหากันอีกครั้ง แขนเล็กก็ยกขึ้นโอบรอบคอเขาไว้เพื่อยึดเป็นหลักในยามที่ปลายลิ้นร้อนๆของเขากวาดไล่ต้อนอยู่ในโพรงปากอุ่น  อีกคนเป็นฝ่ายขืนตัวถอนจูบออกก่อนแต่ก็ไม่ได้ผละไปไหนไกล ปลายลิ้นเล็กๆแตะชิมลามเลียบนริมฝีปากของเขาเบาๆ ก่อนอีกคนจะดึงแว่นออกจากใบหน้าของเขาช้าๆ

 

 

“คนต้องมองเยอะแล้วแน่ๆ” พี่แทอิลพูดโดยที่ไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าของเขา

 

 

“งั้นเราวิ่งกันออกไปเลยดีมั้ยครับ” ไม่รอคำตอบ เขายิ้มกว้างให้อีกคนแล้วจับมือพาร่างเล็กวิ่งตามออกมา ฝ่าฝนออกไป ตั้งใจจะพาอีกคนไปส่งบ้านอย่างที่เจ้าตัวต้องการ แต่คิดอีกที

 

 

บ้านเขาเหมือนจะอยู่ใกล้กว่าเนี่ยสินะ …

 


 

 

 

The End

Advertisements

3 thoughts on “To be with you – JOHNIL

  1. แทอิลเป็นบุคคลที่น่ารักมากกกกก มองเห็นความสดใจผ่านบรรยากาศเมฆฝนครึ้มเลย
    แทอิลมีมีคนดามหัวใจแล้วนะ ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ปล่อยชายหญิงคู่นั้นไปเหอะ
    ยองโฮต้องดูแลพี่แทอิลดีๆนะ

    Liked by 1 person

  2. ฟิคน่ารักมาก ตอนนี้ที่อ่านอยู่ฝนก็กำลังตกด้วย บังเอิญจัง… แทอิลน่ารักมากค่ะ อยากเป็นยองโฮ อยากดูแลตัวเล็ก ๕๕๕ ต่อไปนี้ไม่ต้องรอใครแล้วนะแทอิล มีคนเดินไปด้วยกัน(แถมกางร่มให้)แล้ว

    Liked by 1 person

  3. พี่แทอิลเบะปากน้อยๆ นี่คือเอ็นดูมาก นึกภาพออกเลยอ่ะ มุนแทอิลคนนุ่มนิ่ม (;3;)
    ฮืออออ น่ารักมากเลย ชอบประโยค แต่ช่างมันเถอะ ช่างสายตาคนรอบๆ ด้วยตอนนี้ มากๆ มากๆๆๆๆๆ
    (;—————–;) ยองโฮจริงใจมากกกกก ความอบอุ่นนี่ลอยออกมาจากตัวอักษรเลยค่ะ ฮรึก
    พี่แทอิลไม่ต้องฝ่าฝนออกไปรอใครแล้ว เพราะตอนนี้มีคนพร้อมฝ่าฝนไปด้วยกันแล้ว
    ㅡfeeling อบอุ่นหัวใจ
    ชอบฟิคคุณกริซมากๆ ชอบทุกเรื่องเลย ฮรึกๆ
    จะติดตามไปเรื่อยๆ นะคะ ❤

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s