[FIC] Under The Moonlight [1] – JOHNIL

Under The Moonlight [1]

Pairing : Johnny x Taeil  /
Johnny x Hansol
Status : On-going
Genre : Werewolf AU
Rate : PG-17

4248538c65e6898cedcd3672253b90e7d6eee325_hq

“You can’t go out now,
the werewolf is roaming the forests.”

 

 

 

 


 

 

 

 

 

Oregon, USA

 

 

ในที่สุดช่วงปิดเทอมที่เกาหลีใต้ก็มาถึง และนั่นหมายความว่า มุนแทอิลคนนี้ จะได้มาใช้เวลาในช่วงปิดเทอมอยู่ที่บ้านของลุงและป้าที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในรัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา! ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่นครนิวยอร์กที่ๆเขาอยากไปมาตลอด แต่นี่มันก็ดีเกินพอแล้วสำหรับการได้ออกมาเปิดหูเปิดตาที่ต่างประเทศ

 

 

เท้าศอกลงกับขอบกระจกรถที่ถูกเปิดกว้างเพื่อรับลมและความสดชื่นที่รายล้อมอยู่รอบตัว รถคันเก่าๆของคนที่ลุงและป้าวานให้มารับขับอยู่บนถนนที่ขนาบข้างไปด้วยป่าเขียวชอุ่ม ก่อนมันจะเลี้ยวเข้าไปจอดบนลานกรวดกว้างๆหน้าบ้านหลังหนึ่งที่เป็นภาพติดอยู่ในความทรงจำจางๆของเขา

 

 

/

 

 

“ไงแทอิล —นี่หลานโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” เขายิ้มกว้างให้ลุงที่ยอมผละกอดแน่นๆออกมาสำรวจใบหน้าเขา แน่ล่ะ ครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่ตอนนั้นเขาเพิ่งจะห้าขวบเอง และเขาก็ลืมไปหมดแล้วด้วยว่าเคยมาทำอะไรที่นี่บ้าง

 

 

“ครั้งนี้พ่อกับแม่จะมาอยู่ด้วยอาทิตย์นึงนะครับ ผมเบื่อพวกเขาจะแย่แล้ว” ประโยคหลังแอบกระซิบกับลุงเบาๆเพื่อไม่ให้คุณป้าที่เข้มงวดเหมือนแม่ของเขานั้นได้ยินเข้า

 

 

ลุงหัวเราะลั่นแล้วตบบ่าเขาเบาๆ “วัยรุ่น ! ลุงคิดถึงช่วงเวลานั้นจริงๆ ลุงหวังว่าพวกเขาจะมาทันก่อนที่เราจะออกไปตั้งแคมป์ในป่ากันนะ”

 

 

“พวกเขาไม่พลาดแน่นอนครับ” แทอิลเหยียดมุมปากนิดๆแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่สีเขียวเข้ม —ป่าหลังบ้านของลุงและป้าเขาเอง เดินไปเกาะขอบหน้าต่างสำรวจความเคลื่อนไหวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้แมกไม้ หวังว่าคืนนี้จะไม่มีตัวประหลาดโผล่ออกมาเซอร์ไพร์สต้อนรับปิดเทอมนะ

 

 

/

 

 

แทอิลใช้ไม้ยาวๆที่เก็บได้จากพื้นแถวนั้นเขี่ยท่อนไม้ในกองไฟร้อนแรงตรงหน้า มันน่าเบื่อจริงๆด้วยเมื่อพ่อและแม่มา ทั้งสองคนเอาแต่พูดถึงนิสัยแย่ๆของเขาให้ลุงกับป้าฟัง แถมยังสาธยายเสียยาวว่าเขานั้นดื้อรั้นขนาดไหน

 

 

อ่า— ยอมรับในความดื้อรั้นนะ ก็เขาเป็นเด็กอายุ 22 ปี  ซึ่งมันก็มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองแล้ว แต่มันดันไม่ค่อยเข้าหูเข้าตาพวกผู้ใหญ่สักเท่าไหร่

 

 

ทั้งสองคนอยากให้เขาไปทางนั้น แต่เขาก็รั้นจะไปอีกทางหนึ่งให้ได้

 

 

นั่นล่ะ … ต้องไปให้ได้ด้วย

 

 

“บีบคั้นแทอิลเกินไปหรือเปล่า เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำสิ” เป็นลุงที่พูดแย้งขึ้นมา

 

 

“แบบนั้นไม่ได้นะครับ มันดูไร้อนาคตมากเลย เด็กแถวบ้านเราเริ่มมีงานมีการทำแล้วนะ แต่ดูเขาสิ—” และก็เป็นพ่อที่ทำให้เขาดูแย่อีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่ทนฟังมันอีกต่อไปแล้ว

 

 

เขาหักกิ่งไม้ในมือแล้วโยนมันเข้ากองไฟทันที หมุนตัวหันหลังให้ทุกคนแล้วเดินตรงเข้าไปในความมืดอย่างต้องการตัดความรำคาญ

 

 

ได้ยินเสียงแม่ตะโกนถามมาว่าจะไปไหน และได้ยินเสียงของลุงลอยมาตามลมเบาๆว่ามันก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่เขาก็ไม่คิดเปลี่ยนใจหันกลับไปร่วมวง

 

 

คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงและมันก็ส่องแสงสว่างให้มากพอที่เขาจะเดินอยู่ในป่านี้ได้อย่างไม่สะดุดล้ม รอบๆตัวของเขาเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่แต่มันกลับไม่ได้ทำให้แทอิลกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน แทอิลเลือกที่จะทิ้งตัวลงพื้นพิงหลังกับหนึ่งในต้นไม้เหล่านี้แล้วเลือกเปิดเพลงโปรดอัดเข้าหูตัวเอง

 

 

ทุกอย่างสงบและไม่มีอะไรมารบกว—-

 

 

มือเล็กๆเกี่ยวสายหูฟังให้หลุดออกจากหูทันที พลางหยัดกายขึ้นนั่งหลังตรงอย่างระแวดระวัง บางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตัวเขา ลำตัวมันเสียดสีไปกับกิ่งไม้และพุ่มไม้ตรงนู้นที ตรงนี้ที จนตอนนี้แทอิลเริ่มกลัวจนตัวชาและไม่กล้าที่จะขยับไปไหน

 

 

แล้วทุกอย่างก็สงบนิ่ง มีเพียงเสียงเพลงเบาๆที่เล็ดลอดออกมาจากหูฟังของเขา

 

 

แต่เพียงไม่นาน ในความมืดตรงหน้าเขา ห่างออกไปไม่กี่เมตร นัยน์ตาสีอำพันของสัตว์ร้ายตัวหนึ่งก็ปรากฏให้เห็น มันก้าวออกมาจากความมืดช้าๆจนแทอิลเห็นว่าขนสีดำบนตัวขนาดใหญ่ทำให้มันกลืนไปกับความมืด

 

 

เสียงหอนของมันดังก้องไปทั่วบริเวณและมันสะท้านเข้ามาในอกจนหัวใจของเขาเต้นถี่รัวไปด้วยความหวาดกลัว

 

 

เผลอขยับถอยห่างในยามที่มันก้าวขาเข้ามาหาอีกก้าว—

 

 

“อ๊ากก ก ก ก ก ก  !!!”

 

 

หมาป่าสีดำตรงหน้ากระโจนเข้าใส่จนแทอิลล้มลงไปนอนแผ่กับพื้น ตัวมันใหญ่ขนาดที่ถ้ายืนสองขาความยาวของมันจะต้องมากกว่าความสูงของแทอิลได้แน่

 

 

“หยุดนะ! หยุดโว้ย!” ร้องออกไปอย่างสับสนเมื่อหมาป่าที่ขู่คำรามในตอนแรก ขณะนี้กำลังตวัดลิ้นเลียไปทั่วใบหน้าและลำคอของเขาจนเปียกไปหมดราวกับหมาที่ดีใจตอนเจอเจ้านาย

 

 

“นี่มัน —บ้าอะไรกันเนี่ย!”

 

 

“อะไรกัน … นี่ลืมกันแล้วเหรอ”

 

 

!!!

 

 

เบิกตากว้างมองร่างหมาป่าด้านบนที่ตอนนี้กลายร่างเป็นมนุษย์เพศชายร่างกายกำยำที่มีเรือนผมสีดำสนิท นัยน์ตาสีอำพันคู่เดิมนั้นเรียบนิ่ง แต่ริมฝีปากกลับเหยียดเป็นรอยยิ้มจางๆ

 

 

“โตขึ้นเยอะนะเด็กน้อย”

 

 

“ฮะ!? เดี๋ยวนะ— อะไรเนี่ย” มือเล็กๆยกขึ้นดันแผงอกเปลือยเปล่า— จริงๆแล้วอีกคนก็เปลือยไปทั้งตัวนั่นแหละ … แต่นี่มันเรื่องบ้าอะไร !? หมาป่ากลายร่างเป็นคน นี่เขาเผลอเดินเข้ามาในกองถ่ายหนังของฮอลลีวูดอยู่หรือไง…

 

 

“จำกันไม่ได้แบบนี้มันน่าเจ็บปวดนะ…” อีกคนทำเสียงเศร้าสร้อย คิ้วเข้มๆนั่นขมวดเข้าหากันน้อยๆแต่โดยรวมทุกอย่างแล้วมันกลับทำให้แทอิลรู้สึกหมั่นไส้อีกคนแปลกๆ

 

 

“ฉันไม่เคยรู้จักหมาแบบนาย…”

 

 

“เดี๋ยวนะ — หมาแบบฉัน?”

 

 

“หมาป่า…” รีบขยายความแทบไม่ทันเมื่ออีกคนทำหน้าเหมือนจะไม่พอใจ อีกคนลุกขึ้นนั่งและนั่นล่ะ แทอิลถึงได้หายใจหายคอได้สะดวกขึ้นหน่อย — แต่ก็ได้ไม่นานเมื่อหมาป่า(ที่อยู่ในร่างมนุษย์ตอนนี้) อุ้มเขาจนตัวลอยตามแรงไปนั่งพิงแผ่นอกอีกคนอย่างง่ายดาย

 

 

“ก็ตอนนั้นเจ้าทำแบบนี้ — แต่ข้าไม่ได้อยู่ในร่างนี้หรอกนะ ตอนนั้นมันตอนกลางวัน แถมเป็นคืนเดือนมืดด้วย” แทอิลขมวดคิ้วคิดตามถึงตอนนั้นอย่างที่อีกคนพูดออกมา แต่นึกเท่าไหร่ภาพในช่วงเวลานั้นก็ไม่ผุดขึ้นมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

 

 

“เจ้าดึงขนข้าจนหลุดติดมือไปเลยล่ะ น่ากัดให้มือขาด…”

 

 

“ขอโทษนะผมจำไม่ได้เลย — และอย่าทำแบบนี้อีก” พูดพลางลุกออกจากตักอีกคน แล้วลุกขึ้นยืนปัดเนื้อปัดตัว เขาควรกลับไปหาทุกคนได้แล้ว ดูเหมือนว่ามันจะนานเกินไป ทุกคนอาจจะเป็นห่วงได้และเขาก็ไม่ไว้ใจคนตรงหน้านี่ด้วย…

 

 

“จะไปแล้วเหรอ…”

 

 

“ใช่ … ผมเดินหนีออกมา แต่ตอนนี้คงกำลังทำให้ทุกคนเป็นห่วงอยู่”

 

 

“เอาสิ — ถ้าเจ้ากลับไปถูก” หรี่ตามองอีกคน พลันไอสีดำจางๆก็ปกคลุมฟุ้งอยู่รอบตัวอีกคนก่อนร่างหมาป่าตัวใหญ่จะปรากฏให้แทอิลเห็นอีกครั้ง

 

 

หัวใจของเขาเต้นถี่รัวกับสิ่งที่ได้เห็น … มันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว และเขาก็ต้องตั้งสติรีบกลับไปที่แคมป์ กลับไปหาลุงกับป้า และลืมๆสิ่งที่เกิดขึ้นซะ

 

 

จากการที่ดูภาพยนตร์แนวๆนี้มาหลายเรื่อง สัมผัสได้เลยล่ะว่าถ้ายังยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ มันต้องมีหายนะตามมาแน่ๆ และเขาก็ไม่อยากเป็นตัวเอกที่ตกไปอยู่กลางวงล้อมเรื่องบ้าๆพวกนั้น

 

 

อ่า — เอาจริงๆตอนนี้เขาก็เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว

 

 

“ไม่ต้องตามมานะ!” หันไปทำท่าดุใส่หมาป่าตัวโตสีดำที่ตอนนี้ยืนสะบัดหางพวงใหญ่ไปมาเบาๆราวกับอารมณ์ดีเสียมากมาย ก่อนจะมองฝ่าเข้าไปในความมืด … ล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแบตที่ขึ้นขีดแดงแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา

 

 

หมาป่าตัวนั้นเดินวนอยู่รอบตัวเขาสักพัก ก็ใช้ปลายจมูกของมันมาดุนด้านหลังเอวให้เขาเริ่มเดิน

 

 

“นี่ไล่กันแล้วสินะ …”

 

 

ทรุดตัวลงนั่งตามเดิมอย่างคนหมดหนทาง เขาไม่แน่ใจว่าควรจะขอความช่วยเหลือให้เจ้าหมานี่พาเขากลับได้หรือไม่ เพราะว่าอย่างน้อยจมูกที่ไวต่อกลิ่นของมันคงจะมีประโยชน์มาก แต่ถ้าหากเขาเดินกลับไปพร้อมหมาป่าตัวโตแบบนี้ในตอนกลางคืน…

 

 

ทุกคนคงจะแตกตื่นพอดี

 

 

หมาป่าตัวนั้นทิ้งตัวลงนอนกับพื้น แถมยังใช้ฟันคมๆงับดึงเสื้อของเขาเป็นเชิงบอกว่าให้ลงไปนอนด้วยกันอีกต่างหาก

 

 

ถ้ากลับไปตอนเช้าคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง …

 

 

แทอิลเลือกใช้ลำตัวของสัตว์ตัวนี้หนุนต่างหมอนโดยที่ลำตัวของมันก็ขดเข้าหากัน … เอาง่ายๆก็คือขดเข้าคล้ายจะโอบเขาไว้นั่นล่ะ พวงหางที่เคยสะบัดไปมาวางลงอยู่บนอกของแทอิลราวกับต้องการที่จะปกป้องจากอากาศเย็นยามค่ำคืน

 

 

“ขอบคุณ…”

 

 

ปลายลิ้นร้อนๆตวัดแลบเลียที่แก้มของเขาเบาๆ ก่อนทั้งเขาและหมาป่าตัวนี้จะปล่อยให้ความมืดและความเงียบโรยตัวลงมาพาเราทั้งสองเข้าสู่ภวังค์หลับไหลไป


TBC

Advertisements

3 thoughts on “[FIC] Under The Moonlight [1] – JOHNIL

  1. ฮือออออออออ คุณหมาป่าแบบโซฟลัฟฟี่มากๆ
    เอ็นดูสายหูหาง เอาหางฟลัฟฟี่ๆ นั่นวางบนอกคุณมุนด้วย TwT
    รู้สึกถึงความละมุนในความออดอ้อนของคุณหมาป่า ♥
    โอเคเรายอมรับเราเป็นทาสหมา 55555555 (´°ω°`) คุณหมาป่าคะขอลูบหางหน่อยค———
    แต่ตอนคุณหมาป่ากลายร่างเป็นคนนี่ ถ้าเป็นเราคงจะหัวใจวายตาย ไม่ใช่อะไร เพราะว่าพี่แกเปลือย! 555555555555 😄
    คุณมุนจำคุณหมาป่าให้ได้เร็วๆ นะคะ! จะรอติดตามตอนต่อไปนะ ♥♥♥

    Liked by 1 person

  2. เคยเจอกันตอนเด็กๆใช่มั้ยยย พิแทลจำไม่ได้เลอ เเต่เเหม่คุณหมาป่าพาไปนั่งพิงอกนี่คือหวังจะให้นึกออกช่ะปะ เป็นหมามาดีอะ ชอบ555 มีความละมุนปกป้องไม่ให้หนาวด้วยพวงขน โอย ภาพในหัวนี่ชัดมากถ้าวาดรูปเป็นอยากจะวาดให้ >///<

    รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ^^

    Liked by 1 person

  3. เอ็นดูหมาป่า น่าขยำพวงหางมาก
    สงสัยตอนสมัยก่อนพิแทลคงรู้สึกเหมือนเราแน่ๆ ถึงกับขนหลุดติดมือเลยทีเดียว
    ตอนหมาป่ากลายร่างเป็นมนุษย์แล้วทั้งร่างเปลือยๆนี่ สงสัยจริงๆว่าพิแทลเค้าวางสายตาไว้ตรงไหน 5555 เขินแทนพิเค้าจัง
    อยากให้พิแทลจำหมาป่าได้ไวๆแล้ว

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s