Sinful Prayer – JOHNIL feat.Hansol

 

 

 

S i n f u l  P r a y e r

 

 

Portada_Taeil

[ Asylum!AU ]

Pairring : Johnny/Taeil — Hansol/Taeil

Rate : R

Inspired by : @superduper_x


 

 

 

“แทอิล”

 

มุนแทอิลสะดุ้งตื่นจากฝันเดิมๆที่คอยตามหลอกหลอนเขาตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เขาอายุได้ 22 ปีแล้วและกำลังจะ 23 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ยันกายลุกขึ้นนั่งลูบใบหน้าของตัวเองอยู่บนเตียงที่ชื้นไปด้วยเหงื่อจากตัวเขาเล็กน้อย

 

พาตัวเองออกไปยืนด้านนอกระเบียงก่อนจะจุดบุหรี่สูบ พ่นกลุ่มควันสีขาวออกมาให้ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัว แต่เมื่อควันกำลังจะจางหายไป สายตาของเขาก็พลันไปเห็นเงามืดของคนๆหนึ่ง … ยืนนิ่งอยู่ใต้เงาไม้ในสวนสาธารณะ ในจุดที่แสงไฟส่องไปถึงได้แค่โคนต้น

 

แทอิลคาบบุหรี่ไว้ สองมือเกาะขอบระเบียงแน่นระหว่างที่เพ่งมองเงานั้นที่ยังคงไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มวนบุหรี่ร่วงหล่นจากปากตกลงสู่พื้นด้านล่างทันที เขาหันไปมองต้นเสียงที่ดังอยู่ในห้องแต่เมื่อหันกลับไปมองที่ใต้ต้นไม้นั้นอีกครั้ง เงาปริศนานั่นก็หายไปเสียแล้ว

 

“ครับ” แทอิลเงียบฟังเสียงของป้าที่โทรมาไถ่ถามความเป็นไปในชีวิต ตั้งแต่จำความได้ เขาก็อยู่กับป้ามาตลอด แม่เสียชีวิตไปก่อนเขาจะจำความได้เสียอีก ท่านจากไปด้วยโรคร้าย ป้าบอกเขามาแบบนั้น

 

แต่แทอิลคิดว่าไม่ใช่

 

ทุกอย่างมันฉายชัดอยู่ในฝันร้ายของเขาทุกๆคืนว่าแม่จากไปอย่างไร

 

‘เงินเดือนนี้พอมั้ย’ แทอิลเหลือบไปมองซองใสที่บรรจุผงสีขาวที่พร่องไปเกือบหมดแล้ว ก่อนจะกรอกเสียงตอบกลับไป

 

“ผมขอเพิ่มหน่อยแล้วกันครับ เรื่องเรียนน่ะ”

 

ป้าวางสายไปแล้ว เมื่อดูเวลาที่หน้าจอก็พบว่านี่เป็นเวลาเกือบตีสามแล้ว และนั่นเขายังพอมีเวลานอนต่ออีกหน่อยก่อนที่จะต้องตื่นออกไปเคลียร์งานที่มหาฯลัย แต่มันติดที่ว่า —เขานอนไม่หลับ นั่งนิ่งๆสักพักก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อคเตรียมจะต่อสายไปถึงคนๆหนึ่ง

 

ไม่ดีกว่า … โยนโทรศัพท์ให้มันกลับไปอยู่ที่เดิมก่อนจะทิ้งตัวลงนอน พยายามปล่อยให้สมองว่างเปล่าเพื่อที่เขาจะสามารถหลับลงได้อีกครั้ง แต่ทุกๆครั้งที่หลับตาลง ภาพของความทรงจำที่ไม่น่าจดจำมันก็มักจะผุดขึ้นมาให้เห็นอยู่เสมอ

 

บ้านหลังเล็กๆกลางทุ่งหญ้าสีเหลืองทอง ฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีส้ม

 

เด็กผู้ชายที่นั่งเล่นของเล่นอยู่ตรงชานบ้าน

 

ทว่า…จู่ๆก็มีเงาดำสูงใหญ่ค่อยๆเคลื่อนมาทาบทับลงบนบันได

 

เด็กชายวิ่งกลับไปหาแม่เขาซึ่งคงกำลังวุ่นวายอยู่ในครัว

 

หญิงสาวที่สวยงามกลับมีใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อหันมาพบผู้มาเยือน

 

เสียงร้องไห้ เสียงกรีดร้อง ภาพที่พร่าเบลอและสมที่พัดผ่านรอบกาย

 

ความรู้สึกวูบโหวงในช่องท้องปลุกแทอิลให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ท้องฟ้าด้านนอกนั่นสว่างจ้าไปด้วยแสงของดวงอาทิตย์แล้ว เขาลุกขึ้นนั่งซบใบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ก่อนจะลูบมันขึ้นไปหากลุ่มผมสีบลอนด์ทองที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่ออีกครั้ง

 

ร่างสองร่างกอดกันแน่นพากันร่วงลงสู่พื้นที่ต่อมาก็ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน

 

นั่นคือภาพสุดท้ายในความฝัน ที่ถึงแม้จะเลือนรางแต่เขาก็จำได้ดี หลังจากเหตุการณ์นั้นเหมือนเขาจะสูญเสียความทรงจำไปพักหนึ่ง แต่สุดท้ายจิตใต้สำนึกที่โหยหาแม่ก็เป็นตัวดึงมันออกมาเป็นภาพในความฝัน และเป็นแบบนั้นมาเรื่อยๆจนเขาไม่สามารถลืมภาพเหล่านั้นได้ลงเลย

 

สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจโยนเรื่องเหล่านี้ทิ้งไปด้านหลังอีกครั้ง แล้วก้าวออกไปใช้ชีวิตในโลกอันบิดเบี้ยวของตัวเองต่อ มือเล็กๆเอื้อมไปหยิบซองที่บรรจุผงสีขาว ถือติดตัวเข้าไปในห้องน้ำด้วย

 

อย่างน้อยฝันนั้นก็ช่วยทำให้เขาตื่นก่อนเวลา เวลาที่เหลือนี้ก็ขอทำตัวให้ผ่อนคลายหน่อยแล้วกัน

 

“ไงเพื่อนรัก” หันไปมองร่างสูงของจีฮันซลที่ตอนนี้วิ่งเข้ามาโอบไหล่เขาทันทีที่แทอิลโผล่เข้ามาใต้ถุนคณะ ปลายจมูกโด่งๆไล่ดมไปตามลำคอและปกเสื้อของเขาก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้

 

“แต่เช้าเลยเหรอวันนี้ ของจะหมดหรือยังครับคุณมุน” ปลายนิ้วยาวลากเกลี่ยไปมาตามสันกรามของแทอิล เขาเบือนหนีอย่างรำคาญก่อนจะดันตัวอีกคนออก เขาต้องการกาแฟเพื่อเรียกสติตัวเองให้พร้อมเรียนสำหรับเช้านี้ และนี่มันก็ใกล้เวลาเข้าคลาสแล้ว ถ้าจีฮันซลยังมาป้วนเปี้ยนทำตัวไร้ประโยชน์อยู่รอบๆแบบนี้อีกล่ะก็เขาจะหันกลับไปตั๊นหน้าหมอนั่นจริงๆด้วย ไม่สนหรอกว่าหมอนั่นจะเป็นคนดังหรือเป็นตัวท็อปของคณะ

 

นอนน้อย

 

หิว

 

หงุดหงิด !

 

“บ่นในใจอีกแล้วสินะ อะๆ ฉันไม่กวน” อีกคนชูมือขึ้นสองข้างอย่างยอมแพ้แล้วถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว แทอิลหันไปมองนิ่งๆก่อนจะเดินเข้าร้านกาแฟไปก่อนจะกลับออกไปเข้าคลาสได้หวุดหวิดทันเวลาเช็คชื่อพอดี ที่นั่งหลังสุดซึ่งเป็นที่ประจำของเขากับฮันซลอยู่ๆก็ถูกใครไม่รู้จับจองไป ทำให้พวกเขาต้องไปนั่งอยู่แถวหน้าๆแล้วเล่นจ้องตากับอาจารย์

 

ฮันซลกำลังแชทกับใครอยู่ไม่รู้โดยที่ไม่แคร์อาจารย์เลยสักนิด เสียงหึ่งๆของแอร์บวกกับเสียงโทนเดียวของอาจารย์ทำให้เขารู้สึกเสียดายค่ากาแฟเป็นอย่างมาก เขากอดอกแล้วเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ ไถลตัวลงมาเล็กน้อยให้ร่างกายได้อยู่ในท่าที่สบายขึ้น สุดท้าย…แทอิลก็หลับไป

 

“แทอิล”

 

นั่นเสียงของแม่…

 

เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วก็พบว่าทั้งคลาสเหลือแค่เขาคนเดียว ที่นั่งข้างๆนั้นไม่มีฮันซลอยู่แล้ว … นี่เขาโดนแกล้งเหรอ ทำไมมันมีแต่เรื่องน่าหงุดหงิดขนาดนี้กันนะ สุดท้ายแทอิลก็ลุกขึ้นกวาดของทุกอย่างบนโต๊ะลงเป้อย่างหงุดหงิด

 

จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมานั้น ตาของเขาก็สะดุดเข้ากับมุมห้องที่มันดูมืดผิดปกติ … มือที่กำลังจะรูดซิปกระเป๋าเป้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เงานั้นคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เดินตรงมาหาเขาที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ด้วยความกลัวที่ไม่เคยได้เห็นเงานั่นชัดขนาดนี้มาก่อน

 

ตาเรียวรีนั่นจ้องเขม็งตรงมาที่เขาขณะที่ขายาวๆก็ก้าวพาร่างสูงเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ามือใหญ่กางเอื้อมเข้ามากำรอบคอของเขาที่ดูเล็กไปถนัดตา ใบหน้านิ่งเฉยนั้นขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนลมหายใจร้อนๆรินรดลงมาบนริมฝีปากของเขา

 

“แทอิล !” ดวงตาที่ดูเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลาแต่บัดนี้กลับเบิกโพลง ฮันซลมองเพื่อนสนิทที่ผวาขึ้นมานั่งหลังตรงหอบหายใจอย่างคนที่เพิ่งไปวิ่งมาราธอน ฝูงชนกำลังแตกฮือออกไปที่ประตูเมื่ออาจารย์ประกาศให้เลิกคลาสได้แล้ว พวกเขาสามารถอู้เรียนได้โดยไม่โดนด่าจนจบ ทว่าแทอิลที่ถึงแม้จะดูมีท่าทีไม่สู้ดีกับการนอนแต่กลับไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักทีนั้นทำให้เขาตัดสินใจปลุกอีกคน

 

“โอเคมั้ย”

 

แทอิลยกมือขึ้นนวดขมับก่อนจะพยักหน้าส่งๆ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาไม่กี่ชั่วโมงจะทำให้เขาหลับถึงขั้นฝันซ้อนฝันได้ แถมคนๆนั้นยังเข้ามาใกล้ได้มากกว่าครั้งไหนๆ ใกล้จนเขาเห็นใบหน้า…

 

ใบหน้านั่นที่เขาเห็นในฝัน… เขาเห็นแน่นอน แต่ทำไมตอนนี้กลับนึกไม่ออก

 

“ดูเครียดๆนะ”

 

“ยาจะหมดน่ะ” แทอิลถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะไถลตัวเอนกายไปกับเก้าอี้ แหงนหน้าขึ้นมองไฟที่ส่องสว่างอยู่บนเพดานจนตาพร่ามัวก่อนจะค่อยๆปิดมันลงอย่างเหนื่อยอ่อน

 

“มาสิ คืนนี้ ที่เดิม เหมือนเดิม” อีกคนกระซิบเบาๆที่ข้างหู ลมหายใจที่เป่ารดอยู่ใกล้ๆพอให้รู้สึกจั๊กจี้ทำให้อารมณ์ของแทอิลดีขึ้นมานิดนึง

 

“แล้วตอนนี้คืออะไร” แทอิลหัวเราะเบาๆพลางขืนตัวออกห่างสัมผัสชื้นแฉะที่มาเล็มเลียอยู่ที่ใบหู

 

“เร้าใจดีออก” อีกคนยกยิ้มมุมปากขึ้นแล้วโน้มใบหน้าลงไปฝังกับต้นคอของเขา ขบเม้มดูดดึงเบาๆจนทั่วในขณะที่มือนั่นก็เลื่อนลงไปนวดคลึงอยู่ที่เป้ากางเกงของเขาด้วย แทอิลเงยหน้าขึ้นอีกครั้งปล่อยสมองให้โล่งว่างและปล่อยตัวให้อีกคนได้สัมผัสอย่างใจอยาก

 

ฮันซลกับเขาเป็นแค่เพื่อนกัน แต่เราทั้งคู่ชอบสรรหาอะไรแปลกๆที่คิดว่าน่าจะสนุกมาทำด้วยกันอยู่เสมอๆ ยานั่นฮันซลก็หามาให้โดยแลกกับการที่เขายอมเล่นอะไรสนุกแบบที่กำลังทำอยู่ตอนนี้กับเจ้าตัว บางครั้งแทอิลก็เบื่อที่จะทำแบบนี้มันมีเหตุผลบางอย่างที่เขาไม่ค่อยปลื้มเกี่ยวกับเซ็กซ์เท่าไหร่… หากไม่มียามาช่วย เขาก็ไม่อยากมีเซ็กซ์ —พักหลังมานี้แทอิลจึงพยายามติดต่อซื้อยามาเอง ซึ่งคนๆนั้นเป็นรุ่นพี่ของฮันซลที่ทำงานแล้ว แต่เขาไม่เคยได้เห็นหน้าคนๆนั้นเลยสักครั้ง

 

แต่ตอนนี้ยาเขากำลังจะหมด เห็นทีว่าก็คงต้องตามใจฮันซลไปก่อนล่ะนะ…

 

เสื้อโอเวอร์ไซส์แขนยาวสีขาวถูกเลือกมาสวมคู่กับสกินนี่ยีนส์สีดำที่มีรอยขาดประปราย เซ็ทผมสีทองของตัวเองให้ดูยุ่งๆเล็กน้อยก่อนจะคว้าเอาของจำเป็นถือติดตัวออกมา ปลายทางอยู่ที่ ‘HEAVEN’ คลับประจำที่ฮันซลชอบไปและไปบ่อยจนสนิทกับเจ้าของที่นั่น

 

สำหรับแทอิลมันดูเป็นแหล่งรวมคนบาปมากกว่าที่จะเป็นแดนสวรรค์ ลึกลงไปในชั้นใต้ดินนั้นเป็นแหล่งซ่องสุมของวัยรุ่นไฮโซใจแตก และตอนนี้เขากำลังลงบันไดไปที่นั่น เดินตรงไปที่ประตูที่ใหญ่ที่สุดตรงสุดทางเดิน ซึ่งฮันซลคงจะนั่งรออยู่ในนั้น รายล้อมไปด้วยเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักและสาวสวย

 

และเมื่อเปิดประตูเข้าไป มันก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ แต่เจ้าตัวก็โบกมือไล่ทุกคนออกไปทันที แทอิลรอให้คนพวกนั้นเดินผ่านเขาออกไปที่ประตูจนหมดจึงค่อยหันกลับไปปิดล็อคให้แน่นหนา

 

“มาเอายา” เขาพูดเสียงเรียบนิ่ง แต่ฮันซลกลับตบที่ว่างข้างๆบนโซฟาตัวใหญ่เรียกให้เขาไปนั่งด้วย

 

“ใจเย็นๆสิ เรายังไม่ได้สนุกด้วยกันเลย” อีกคนโอบไหล่เขาไว้หลวมๆ ลูบปลายนิ้วอยู่บนกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอกว้างๆของเสื้อที่เขาใส่อยู่

 

“ไม่ได้ ถ้าไม่มียา—” แต่ฮันซลก็ยังเป็นฮันซลที่เอาแต่ใจได้เสมอต้นเสมอปลาย ปลายหลังของเขาเอนลงสัมผัสกับเบาะนุ่มๆของโซฟา ฮันซลคร่อมทับเขาไว้ก่อนจะโน้มลงมาไล้จมูกคลอเคลียอยู่แถวลำคอของเขา มือทั้งสองข้างที่กำลังจะดันอกอีกคนให้ออกห่างถูกจับรวบขึ้นไปกดตรึงไว้เหนือหัว ริมฝีปากแห้งผากถูกงับดึง ดูดเลียช้าๆจากปลายลิ้นร้อนจนฉ่ำน้ำ

 

แทอิลไม่อยากเสี่ยง เขาเคยลองครั้งหนึ่งแล้วมันก็จบที่โรงพยาบาล แต่เขาก็ไม่อยากทำให้ฮันซลหงุดหงิดตอนนี้ ไม่งั้นอาทิตย์นี้เขาไม่มียาใช้แน่ๆ

 

แล้วเงานั่นก็จะเข้ามาใกล้เขากว่าเดิม…

 

ร่างสองร่างที่เชื่อมต่อกันขยับโถมน้ำหนักเข้าหากันตามพายุอารมณ์ ร่างที่เล็กกว่าของแทอิลถูกจับพลิกขึ้นมาอยู่ด้านบน มือเล็กๆทั้งสองข้างเลื่อนไปวางค้ำอยู่บนหน้าท้องที่เกร็งจนขึ้นลอนกล้ามของอีกคน ยกสะโพกขึ้นลงขย่มอย่างไม่คิดจะหยุดอีกต่อไป

 

“อ๊ะ— ฮันซล ฮั—” ปรือตามองคนที่อยู่ใต้ร่างแต่กลับพบว่านั่นไม่ใช่จีฮันซล เงานั่นแสยะยิ้ม เส้นผมสลวยสีดำขลับบดบังบางส่วนของดวงตาคู่เรียวที่ตอนนี้คงจะจ้องตรงมาที่เขา

 

“ม…ไม่ ไม่!” เหมือนร่างทั้งร่างถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟ้า มือที่เคยค้ำอยู่บนหน้าท้องตอนนี้จิกเกร็งลงไปบนผิวเนื้อนั้นอย่างไม่ได้ยั้งแรง ราวกับปอดในอกถูกบีบรัด แทอิลพยายามหายใจเข้าแต่มันกลับเหมือนมีอะไรมาอุดช่องหลอดลมไว้จนเขาไม่สามารถหายใจได้

 

“โอ๊ย! ชิบ! แทอิล!” ฮันซลสบถเมื่ออยู่ๆอีกคนก็จิกลงมาบนหน้าท้องเขาเต็มแรง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่ารอยแผลที่กำลังเกิดขึ้นคือแทอิลกำลังแหงนหน้าขึ้นมองเพดาน ดวงตาเหลือกขึ้นจนตาดำแทบหายไปแล้วเริ่มกระตุกเกร็งไปทั่วร่าง

 

“แทอิล!”

 

แทอิลยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกงุนงงเล็กน้อย เหมือนว่าระดับสายตาของเขาจะเปลี่ยนไป ตอนนี้เหมือนเขาอยู่ในห้องครัว อาจจะยืน… หรือนั่ง— เขาก็ไม่รู้ แต่เขาดูสูงไม่เกินเคาน์เตอร์ตรงหน้าด้วยซ้ำ

 

เสียงซ่าๆด้านข้างเหมือนน้ำไหลที่ดังอยู่ด้านซ้ายเรียกความสนใจแทอิลให้หันไปมอง ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่หน้าซิงค์ เสียงฮัมเพลงกล่อมเด็กที่แทอิลคุ้นหูดังคลอเบาๆ มือเปียกๆยกขึ้นรวบผมสีน้ำตาลอ่อนที่ก่อนหน้านี้สยายเต็มกลางหลังขึ้นเป็นมวยหลวมๆ

 

เธอคนนั้นผินหน้ากลับมาช้าๆ ถึงจะเห็นแค่ด้านข้างแต่แทอิลก็เห็นว่าริมฝีปากบางเฉียบนั้นถูกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มช้าๆ แต่ดูเป็นรอยยิ้มที่พิกลแปลกๆ

 

แล้วทันใดนั้นร่างของเธอก็ทรุดฮวบลงไปกับพื้น เลือดสีข้นค่อยๆไหลซึมออกมา เจิ่งนองกระจายเป็นวงกว้างจนมาแตะที่ปลายเท้าของเขา

 

“ฉันไม่แน่ใจว่าอาการแบบนี้เรียกขาดยาหรือว่าเขาต้องการยามากขึ้น”

 

แทอิลขมวดคิ้วน้อยๆกับเสียงพูดที่ไม่คุ้นเคย เขาพยายามจะกลืนน้ำลายและอ้าปากจะเปล่งเสียง แต่มันก็ทำได้ยากเหลือเกิน ตอนนี้ลำคอเขาแห้งผากราวกับมีฝุ่นผงมากมายเข้าไปเกาะอยู่ด้านใน

 

“เขา— ร้องขอแต่ยา—” ในที่สุดแทอิลก็ลืมตาได้เสียที แต่ทุกอย่างยังคงพร่าเบลอ เขากระพริบตาถี่ๆและพยายามโฟกัสภาพเบลอๆของคนที่อยู่ปลายเตียง ซึ่งตอนนี้เหมือนจะคุยกับใครคนหนึ่งและชี้มาทางเขา

 

“—ให้ตายเถอะฉันจะเสร็จอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็ชักแล้วก็พูดอะไรไม่รู้ น่าขนลุกชะมัด”

 

“หึ ประเด็นของนายอยู่ที่เรื่องไหนกันล่ะแบบนี้” เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนชายคนนั้นจะยกมือขึ้นกอดอกระหว่างที่คุยกับอีกคนซึ่งน่าจะเป็นฮันซล

 

“ฉันไม่กล้าส่งเขาไปที่อื่น รักษาเขาหน่อยเถอะ น่าเสียดายชะมัด” ร่างหนึ่งผละออกไปก่อนเสียงประตูที่ถูกเปิดและปิดจะดังตามมา แทอิลหลับตาลงอีกครั้ง นิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะต้องลืมตาขึ้นมาอีกทีเมื่อสัมผัสได้ว่าที่นอนด้านข้างยุบตัวลงตามน้ำหนักบางอย่าง

 

“ฟื้นแล้วก็มาทำความรู้จักกันหน่อยสิครับ” แทอิลหันไปมองชายคนหนึ่งที่มานั่งอยู่บนเตียงข้างๆตัวเขา อยู่ๆความรู้สึกราวกับเจอเดจาวูก็ผุดขึ้นมาในหัว มันไม่ได้รู้สึกคุ้นในสถานการณ์แต่มันเป็นความรู้สึกที่ว่าเหมือนเขาเคยเห็นชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน

 

“ผมจอห์นนี่ ซอ … เป็นเพื่อนของฮันซลแล้วก็เป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ — เป็นหมอของคุณด้วย”

 

“โรงพยาบาลจิตเวช—” ในที่สุดแทอิลก็ตามหาเสียงของตัวเองเจอ แต่มันแหบแห้งเสียจนอีกคนต้องลุกไปเทน้ำใส่แก้วแล้วยื่นมาให้ แต่เขากลับเมินมันแล้วลุกขึ้นมานั่งโต้เถียงอีกคน “— ผมไม่ได้บ้า หรือเสียสติ หรือ—”

 

“คุณเสียสติ นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนคุณมาถึงที่นี่ ดื่มน้ำเถอะครับ มันไม่มีอะไรในนั้นหรอก” แทอิลมองแก้วน้ำในมือนั้นอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วรับมันมาจิบนิดๆ —สุดท้ายก็ยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

 

“พรุ่งนี้เราจะเริ่มคุยถึงปัญหาของคุณกัน ผมจะปล่อยให้คุณได้อยู่ตามลำพังนะครับ” อีกคนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และนั่นแทอิลถึงได้สังเกตเห็นว่าจอห์นนี่ ซอ นั้นสูงและดูดีมาก

 

“อ้อ — พยายามอย่าออกจากห้องนี้นะครับ ผมได้จัดเตรียมห้องที่คิดว่าสะดวกสบายที่สุดไว้ให้คุณแล้ว”

 

“สรุปผมอยู่ในโรงพยาบาลหรือในคุกล่ะครับ”

 

“นรกครับ” อีกคนส่งยิ้มยียวนกวนประสาทมาให้ก่อนร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทดูภูมิฐานจะเปิดประตูออกจากห้องไป

 

แทอิลนั่งอยู่บนรถเข็น เหมือนคนตาบอดและหูหนวกเพราะเขาถูกปิดกั้นการรับรู้ระหว่างที่พาตัวออกจากห้องพักไปยังห้องบำบัด(ตามที่บุรุษพยาบาลเรียก) ในที่สุดเมื่อที่ครอบหูและผ้าปิดตาถูกถอดออกเขาก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งประจันหน้ากับจอห์นนี่ที่มีแว่นสายตากรอบหนาสีดำสนิทเช่นเดียวกับเรือนผมของเขาวางอยู่บนสันจมูกโด่งๆนั่น ริมฝีปากเป็นกระจับยกยิ้มขึ้นน้อยๆก่อนจะเอ่ยสวัสดียามเช้า แทอิลมองไปรอบๆห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่ว่างเปล่า ห้องนี้ตันไร้หน้าต่าง และสว่างได้ด้วยโคมไฟที่ลอยอยู่เหนือโต๊ะที่เขานั่งอยู่

 

“หลับสบายไหมครับ” อีกคนถาม ทำให้แทอิลอดไม่ได้ที่จะหวนกลับไปนึกถึงความฝันเมื่อคืน เขาไม่ได้ฝันถึงเหตุการณ์วัยเด็กแล้ว แต่กลับเจออะไรที่น่ากลัวกว่านั้น เงานั่นที่ภาพแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ เข้าถึงตัวเขาได้มากกว่าเดิมหลังจากเหตุการณ์ภาพหลอนที่คลับ

 

“ผมต้องใช้ยา” แทอิลจ้องอีกคนเขม็งอย่างเอาเรื่อง ถ้าจอห์นนี่เป็นเพื่อนฮันซลจริง อีกคนก็ต้องรู้ว่าเพื่อนของตัวเองเป็นคนยังไง ทำอะไร มีอะไรบ้าง

 

“ผมมีสิ่งที่ดีกว่ายาให้คุณ แต่ก่อนคุณจะได้มัน เราน่าจะมาทำความรู้จักกันก่อน — ดีมั้ยครับคุณมุนแทอิล”

 

แทอิลถอนหายใจออกมาแรงๆโดยไม่เกรงใจหมอที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีอะไรรักษาเขาได้หรอกนอกจากยานั่น แทอิลค้นพบหนทางนี้เมื่อตอนที่หนีออกจากบ้านเมื่อครั้งที่โดนลุงจับได้เรื่องขโมยเงินไปซื้อบุหรี่มาสูบตอนอายุ 14 ปี ครั้งนั้นเขาโดนลุงด่า พาดพิงไปถึงแม่ ลุงบอกว่าเขามันเป็นความผิดพลาดในชีวิตของน้องสาวเธอ เพราะเขาและพ่อของเขาที่ทำให้ชีวิตของแม่ลำบาก ลุงเกือบจะหลุดพูดเรื่องนั้นออกมาอยู่แล้ว แต่ป้าก็มาห้ามไว้ก่อน — เขาไม่ได้อยู่รับคำพูดปลอบใจจากป้า แต่กลับวิ่งออกมาจากบ้านทั้งๆที่มันก็เป็นเวลาดึกแล้ว

 

จนได้เจอกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่หยิบยื่นชีวิตแบบทุกวันนี้ให้เขา

 

ยานั่นทำให้เขาสมยอมชายคนนั้นทุกอย่าง แทอิลจำไม่ได้แล้วว่าหน้าตาอีกคนเป็นอย่างไร แต่ที่เขารู้คือ ยานี้ทำให้เขาลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งในฝัน ก็ไม่มีฝันร้ายหรือเงานั่นมาหลอกหลอน

 

“นั่งให้สบาย เอนตัวลงไปก็ได้นะครับ” อีกคนลุกขึ้นมายืนด้านหลังเขา มือทั้งสองข้างลูบไปมาอยู่บนลาดไหล่ ก่อนปลายนิ้วจะค่อยๆลูบปิดเปลือกตาของเขา

 

เสียงเป็นจังหวะจากเมโทรนอมดังขึ้น ก้องสะท้อนไปทั้งห้องที่เงียบสงัด ไม่นานก็เหมือนเขาได้หลุดจมหายไปในภวังค์ของตัวเอง

 

“ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน” เสียงของจอห์นนี่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบจนแทอิลเผลอเปิดเปลือกตาขึ้นมา แต่กลับพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนั่นอีกต่อไป

 

“บ้าน … บ้านที่ผมเคยอยู่กับแม่” แทอิลมองไปรอบตัว ตอนนี้เขายืนอยู่บนพื้นดินตรงหน้าเขาเป็นบ้านที่เห็นเป็นภาพแจ่มชัดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

 

“ผมเห็นตัวเองตอนเด็ก—” แทอิลมองภาพตรงหน้า เขาเห็นตัวเองตอนเด็กกำลังนั่งเล่นรถพลาสติกสีน้ำเงินเก่าๆอยู่บนชานบ้าน

 

ดูมีความสุข…

 

แล้วเขาคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น พ่อของเขา… แต่จากตรงนี้เขาเห็นแค่ด้านหลังอีกคนเท่านั้น แทอิลวัยเด็กเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนอย่างสงสัยก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในตัวบ้าน โดยที่ไม่นานชายคนนั้นก็ก้าวตามเข้าไป และเหมือนแทอิลจะถูกดึงให้ตามเข้าไปในนั้นโดยอัตโนมัติ

 

แม่ของเขามีสีหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจ เธอรีบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมากอดไว้แนบอก พ่อพยายามจะเข้ามาแย่งตัวเขา แต่ก็ถูกเล็บยาวๆของแม่ข่วนเข้าที่ใบหน้า

 

เขาดูโกรธ … พ่อตะโกนเรียกบางคน หลังจากนั้นกลุ่มชายชุดดำก็เข้ามาอยู่อยุ่ด้านหลังเขา

 

ในนั้น… มี

 

“ไม่…”

 

“คุณเห็นอะไรแทอิล”

 

เสียงของจอห์นนี่ดูไกลเหลือเกินตอนนี้ แทอิลมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก … ในกลุ่มชายชุดดำที่คงจะเป็นคนของพ่อ ในนั้นมีคนหนึ่งที่ไม่ได้จดจ่อกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่กลับหันมาหาเขาช้าๆ มองตรงมาด้วยสายตาที่เรียบนิ่งแต่คนถูกมองกลับรู้สึกเหมือนกำลังโดนคุกคาม

 

“คุณต้องตื่นเดี๋ยวนี้แทอิล!” จอห์นนี่จับหมุนเก้าอี้ให้อีกคนหันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาของแทอิลปิดสนิท แต่ร่างกายของอีกคนเริ่มกระตุกเกร็งอีกครั้ง สองมือกำแน่นกับที่วางแขน เล็บจิกลงไปแน่นจนมันเริ่มบาดกับนิ้วของอีกคนเสียเอง

 

ดูเหมือนมันจะเป็นการต่อต้านการคุกคามในจิตของแทอิลเอง หรือไม่ก็อาจเป็นจินตภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความกลัวที่แทรกซ้อนเข้ามาในครั้งนี้ มันเป็นเพราะลึกๆแล้วอีกคนยังไม่ไว้ใจเขา

 

จอห์นนี่ตะโกนเรียกผู้คุมที่อยู่ด้านนอกประตูก่อนจะเข็นอีกคนที่ใกล้จะชักเต็มทีแล้วไปอีกห้อง

 

กลางห้องนั้นมีอ่างอาบน้ำขนาดพอดีตัวที่ถูกรองน้ำไว้จนเต็มรออยู่แล้ว เขาอุ้มร่างที่เหยียดเกร็งของอีกคนขึ้นโดยไม่สนใจจะรอความช่วยเหลือจากผู้คุม ปล่อยอีกคนลงในอ่างให้จมลงไปในน้ำ ทันใดนั้นร่างที่เคยกระตุกเกร็งก็ดิ้นไปมาอย่างแรงตามสัญชาตญาณก่อนจะโผลุกขึ้นมานั่งกอบโกยอากาศ

 

แล้วโดยไม่คาดคิด อยู่ๆแทอิลก็ร้องไห้ออกมา อีกคนนั่งสะอื้นจนตัวโยนจนจอห์นนี่ทนไม่ไหวต้องเข้าไปกอดปลอบอีกคนไว้ถึงแม้ว่าสูทตัวแพงของตัวเองนั้นจะเปียกก็ตาม

 

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน คุณเก่งมาก”

 

วันต่อมา แทอิลกลับมานั่งอยู่ตรงข้ามกับจอห์นนี่เหมือนเดิมและโดนบังคับให้จมลงไปในความฝันตัวเองอีกครั้ง คราวนี้เขาไปได้ไกลกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ในความฝันนั้น ตอนที่แม่กำลังอุ้มเขาวิ่งขึ้นบันไดไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าด คนที่ไล่ตามหลังเราสองคนมากลับไม่ใช่พ่อ หรือคนของเขา แต่กลับเป็นเงานั่น ที่ดูทะมึนน่ากลัวกว่าเดิม ริมฝีปากเป็นกระจับเหยียดเป็นรอยยิ้มกว้างแต่ดวงตากลับกร้าวแข็ง

 

รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนถูกจับโยนลงอ่างน้ำอีกครั้ง จอห์นนี่ ซอ ถอดแว่นออกมาเช็ดส่วนเขาก็ซบหัวลงกับขอบอ่าง อยากจะปล่อยให้ความคิดลอยออกไปกับน้ำในอ่างนี้แต่มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

 

“คุณบอกผมได้มั้ยว่าอะไรที่ทำให้คุณกลัวขนาดนั้น” อีกคนใส่แว่นกลับเข้าไปตามเดิมแล้ว จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ข้างๆกับอ่างน้ำที่เขาแช่ตัวอยู่

 

“ผมคิดว่าซาตานกำลังตามจับตัวผม —” แทอิลเงยหน้าจากขอบอ่างขึ้นไปมองสบตาอีกคน จอห์นนี่ไม่ได้หัวเราะกับคำพูดแปลกๆของเขา อีกคนยังคงนั่งฟังนิ่งๆและพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าให้เขาพูดต่อได้

 

“เขามักจะโผล่มาในความฝัน บางครั้งก็เหมือนเขาออกมาอยู่ด้วยในโลกความจริง เข้าใกล้ผมเรื่อยๆยามที่ผมไม่ได้ใช้ยา”

 

“มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน … คุณเห็นเขาครั้งแรกตอนไหน”

 

“… ตั้งแต่ฝันถึงอดีต แต่มันไม่เคยแจ่มชัดเลยจนหลังจากครั้งแรกของผม ครั้งแรกที่ใช้ยา ครั้งแรกที่มีเซ็กซ์กับผู้ชายคนหนึ่ง” แทอิลพูดออกมาด้วยสายตาที่เลื่อนลอยคล้ายกับจมกลับเข้าไปในเหตุการณ์นั้นอยู่

 

“คุณกำลังโยงทุกอย่างเข้าหากันแทอิล … ทั้งเรื่องของพ่อและเรื่องผิดชอบชั่วดี” แทอิลซบหน้าลงไปกับขอบอ่างอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

 

“ใบหน้าของเขาเหมือนคุณเลยครับหมอซอ — ในช่วงหลังๆนี้ผมเห็นเงานั่นเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และเขาเหมือนคุณเลย…” จอห์นนี่มองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่อายุน้อยกว่าเขาสองปี แล้วยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมสีบลอนด์ทองที่เปียกเรียบลู่ไปกับศีรษะอย่างแผ่วเบา

 

“นั่นไม่ใช่ผมหรอกครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายคุณแบบนั้นเลย”

 

จอห์นนี่ ซอเลิกบุหรี่มาได้สี่ปีแล้ว แต่ครั้งนี้เขาต้องการมันจนต้องไปซื้อมาจุดสูบ มวนแล้วมวนเล่าที่หมดไปจนกระทั่งมวนสุดท้ายในซองถูกหยิบขึ้นมาจ่อเข้ากับเปลวไฟ นวดขมับตัวเองเบาๆก่อนจะหันไปมองผู้ป่วยในความดูแลที่ตอนนี้นั่งซึมหมดสภาพอยู่ที่มุมห้อง แขนทั้งสองข้างถูกป้องกันไว้ด้วยชุดสำหรับผู้ป่วยที่พันธนาการไว้ไม่ให้มือนั่นย้อนกลับไปทำร้ายตัวเองหรือคนอื่น เสียงโซ่ที่ล่ามอยู่กับปลอกคอหนังและห่วงที่แขวนอยู่บนกำแพงกระทบกับพื้นกระเบื้องในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวแห่งนี้เพื่อฉุดรั้งตัวของแทอิลไว้ไม่ให้หนีได้ มันดูเป็นสิ่งที่โหดร้ายสำหรับมนุษย์ด้วยกันแต่นั่นก็เพื่อตัวของผู้ป่วยเอง เราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าหากปล่อยไว้แล้ว อีกคนจะวิ่งหนีขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าแล้วกระโดดลงมาหรือไม่

 

เพราะนั่นมันเป็นสิ่งที่อีกคนเพิ่งจะร้องขอออกมาหลังเห็นภาพในอดีตทั้งหมดอย่างชัดเจน

 

วันนี้แทอิลสามารถเข้าสู่ภวังค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีซาตานที่ตัวเองสร้างขึ้นมาก่อกวน นั่นมันเป็นผลดีกับจอห์นนี่ที่จะได้รู้ถึงสาเหตุของแผลเป็นในจิตใจของแทอิลที่แม้แต่เจ้าตัวก็ลืมเลือนไป แต่ดูเหมือนมันจะไม่ดีต่อตัวแทอิลเอาเสียเลย

 

แต่ยอมรับเลยว่าถ้าเป็นเขา เขาก็คงมีสภาพไม่ต่างจากแทอิลเท่าไหร่นักหรอกถ้าแม่แท้ๆของตัวเอง เลือกที่จบชีวิตลง โดยพาลูกของตัวเองกระโดดลงมาด้วย เขาไม่รู้ว่าแทอิลรอดมาได้อย่างไรแต่เหมือนพระเจ้าจะเห็นใจอีกคนอยู่ถึงได้พยายามลบเลือนความทรงจำนั้นออกไปจากหัวของแทอิล

 

แต่ก็เป็นเขาเองที่ไปขุดมันขึ้นมาให้อีกคนได้ดู

 

“พอรู้ทุกอย่างแบบนี้ เหมือนผมอยู่ในฝันร้ายตลอดเลยครับหมอซอ” พูดจบก็เกิดเสียงทึบๆดังขึ้นเป็นจังหวะ เมื่อจอห์นนี่หันกลับไปมองก็พบว่าอีกคนกำลังเอาหัวโขกกับกำแพงด้วยสายตาเหม่อลอย เขาถือเข็มฉีดยาที่บรรจุสารบางอย่างอยู่ในนั้นเดินตรงไปที่อีกคน นั่งยองๆลงตรงหน้าแล้วเอาฝ่ามือไปกางกั้นไว้ระหว่างกำแพงกับศีรษะของเจ้าตัว

 

สายตาที่เหม่อลอยเลื่อนขึ้นมาสบกับตาของเขาช้าๆ ซึ่งเขาก็ทำได้แค่ไล้ปลายนิ้วโป้งที่แตะอยู่ข้างแก้มของอีกคนไปมาเบาๆอย่างพยายามปลอบใจ ซึ่งอีกคนก็หลับตาซบลงมากับฝ่ามือของเขาอย่างไม่คิดจะดื้อรั้นอีกต่อไป

 

“เราอยู่ในฝันร้ายกันมาตลอดครับมุนแทอิล … ทุกคนมีฝันร้ายของตัวเอง ชีวิตในโลกใบนี้ก็อาจเป็นฝันร้ายของใครบางคนอยู่เช่นกัน —” จอห์นนี่จ่อปลายเข็มเข้ากับเส้นเลือดบริเวณต้นคอของอีกคน แล้วกดปลายเข็มลงไปพร้อมกับฉีดสารนั้นเข้าไปในร่างกายของมุนแทอิลที่อยู่นิ่งๆให้ความร่วมมืออย่างดี ริมฝีปากอิ่มจรดเข้ากับขมับชื้นเหงื่อช้าๆ กดย้ำสัมผัสหนักๆลงไปเพื่อปลอบใจและให้รางวัลอีกคน

 

“—มันอาจจะเลวร้ายน้อยกว่าหรือแย่กว่าของคุณ แต่สุดท้ายคนเราก็ต้องตื่นจากฝันมาใช้ชีวิตต่อไปนะครับ” ดึงปลายเข็มออกมาก่อนจะโยนมันทิ้งไว้แถวนั้นๆ คนที่ดูอ่อนแรงอยู่แล้วเริ่มครองสติไม่อยู่หลังจากได้รับยาเข้าไป

 

จอห์นนี่แค่อยากให้อีกคนได้พักผ่อนระหว่างที่เขาจะพาอีกคนเดินทางไปเริ่มชีวิตใหม่

 

“งั้นช่วยปลุกผมขึ้นมาหน่อยเถอะครับหมอ… ผม .. ท.. ทนไม่ไหว แล้ว…” เปลือกตาสีมุขปิดลงช้าๆก่อนทั้งร่างจะเอนพิงไปกับกำแพงเย็นๆ จอห์นนี่หยิบกุญแจขึ้นมาไขปลดพันธนาการรอบลำคออีกคนออก ก่อนจะอุ้มพาร่างที่อ่อนปวกเปียกออกไปจากห้องนี้

 

เป็นครั้งแรกที่แทอิลรู้สึกว่าได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม อาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้ฝันอะไร ขยับพลิกกายตัวเองเล็กน้อยหลังจากเริ่มรู้สึกเมื่อยกับท่านอนท่าเดิมของตัวเองแล้ว — แต่มันก็ขยับไม่ได้มากอย่างใจนึก สุดท้ายเขาจึงต้องยอมเปิดเปลือกตาขึ้น ก่อนจะพบว่า…

 

ตัวเองกำลังนอนซุกอยู่ที่คอหนาๆของใครบางคน

 

“!!… หมอซอ ???”

 

คนที่ถูกเรียกสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะส่งยิ้มมาให้แล้วรั้งร่างของคนที่กำลังมึนงงเข้าไปกอดให้แนบแน่นขึ้นอีก

 

“นอนเต็มอิ่มแล้วเหรอครับแทอิล”

 

“ที่นี่ที่ไหน …” อีกคนไม่ได้สนใจคำถามแต่กลับผุดลุกขึ้นนั่งแล้วมองสำรวจไปรอบๆห้องที่พอมีแสงสลัวๆจากนอกกระจกบานใหญ่ส่องเข้ามาให้เห็น

 

และนั่น… ดวงอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมา ทำให้แทอิลได้เห็นวิวด้านนอกกระจกบานใหญ่ของห้องนี้ แสงสีส้มเข้มๆคั่นกลางระหว่างพื้นน้ำของทะเลกับท้องฟ้ากว้างใหญ่ เขานิ่งอึ้งมองภาพนั้นอยู่นานหลายนาทีก่อนจะต้องกลับมานอนหงายมองเพดานอีกครั้ง

 

แต่แล้วเพดานสูงๆของห้องนี้ก็ถูกบดบังด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของจอห์นนี่ ซอเพราะอีกคนพลิกตัวมาคร่อมกักร่างเขาไว้

 

“พร้อมจะตื่นแล้วใช่มั้ยครับคุณมุน”

 

 

 

—The End—


ฟิคเรื่องนี้จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยถ้าไม่มีแฟนอาร์ตของคุณ dup
จุดประกายจริงๆค่ะ ขอบคุณมากๆเลย TT
ไม่รู้ว่าทำออกมาได้ดีอย่างที่คุณ dup ได้คิดไว้มั้ย 
(หลังจากดริฟไปแล้วใน fallen 555) 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ 😀
Advertisements

One thought on “Sinful Prayer – JOHNIL feat.Hansol

  1. โอ้ ช่วงนี้ได้อ่านฟิคบ่อยเหลือเกินค่ะ
    ก่อนหน้านี้เคยบอกคุณGrizว่าไม่ค่อยโปรดปรานแนวมาเฟีย จริงๆคือไม่ค่อยได้อ่านแนวหม่นๆสีเทาๆเกือบทั้งหมดเลยค่ะ
    ส่วนตัวชอบอ่านอะไรที่สดใสหน่อย กรุบกริบ เติมใจ เชียร์อัพตัวเองซะมากกว่า แนวที่ตัวเองแต่งก็มาทางนี้ด้วย
    แต่… แต่… อย่างที่เคยบอกอีกนั่นแหละค่ะ งานเขียนของคุณGrizคงจะเป็นข้อยกเว้นสำหรับเราไปแล้วจริงๆ
    ทุกวันนี้รอคอยว่าเรื่องใหม่ๆจะมาอีกเมื่อไหร่น้าา คุณหมอซอคะ อาการแบบนี้สมควรได้รับทรีตเม้นต์จากคุณหมอเหมือนที่คุณมุนเขาได้รับมั้ยคะ 555555
    เข้าเรื่องๆ ตอนแรกก็นึกไม่ออกค่ะว่าแฟนอาร์ตไหน ช่วงนี้คุณนักวาดขยันกันเหลือเกิน แต่อ่านไปสักนิดก็เริ่มอ๋อแล้ว มันมาๆๆ
    อาจจะไม่ใช่ฟิคแนวดีต่อใจที่อ่านไปใจเต้นตึกตักไปบิดไป แต่ก็ชอบค่ะ มันมีความตื่นเต้นบางอย่างค่อยๆกระตุ้นเราในระหว่างที่อ่าน
    สนุกและน่าประทับใจเหมือนอย่างเคย ขอบคุณสำหรับฟิคเรื่องนี้นะคะ

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s