THIRST – JOHNNY x TAEYONG x TAEIL

⌈T H I R S T⌋

 

 

 

 

Dim Dark Moon Tree 1600x900 pixel Popular HD Wallpaper 1140 ...

Johnny x Taeyong x Taeil
Genre : PWP
Rate : NC – 17
Inspired by @_dtdtl10

 

 


 

 

 

เท้าทั้งสองข้างก้าวสลับกันเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าบนถนนเส้นเดิมที่ตรงกลับไปสู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ เลี้ยวหลบหายเข้าไปในตรอกแคบๆแทนที่จะเดินตรงไปเช่นเดิม เขาทำแบบนี้เพื่อที่จะให้ตัวเองได้มีเวลาใช้ชีวิตอย่างอิสระเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย

ปลายนิ้วที่โผล่พ้นเสื้อแขนยาวที่ใส่อยู่ลูบระไปตามกำแพงอิฐเย็นๆ ใบหน้าเล็กๆแหงนขึ้นมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ดวงอาทิตย์สีส้มที่ตอนแรกลอยเด่นอยู่ที่จุดสูงสุดของมุมตึกค่อยๆลดระดับลงจนแสงนั้นหายไป

มุนแทอิลเกลียดบ้านหลังนั้นพอๆกับที่เขาเกลียดความรู้สึกตัวเองที่ว่าไม่ต้องการไปจากมัน

ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปในบ้านที่มืดมิดเพราะม่านหนาๆสีเลือดหมูซึ่งปิดสนิทอยู่บนหน้าต่างทุกบานของบ้าน เดินไล่เปิดไฟแต่ละห้องในชั้นแรกของบ้านแล้วเข้าไปเตรียมมื้อเย็นของตัวเองในครัว อาหารเรียบง่ายถูกเทใส่จานแล้วยกมานั่งกินบนโซฟาหน้าทีวี ปลายเท้าถูกยกขึ้นมาวางบนโซฟานุ่มๆด้วยเพื่อหลบหนีความเย็นที่ค่อยๆคืบคลานมาบนพื้นเพราะฮีตเตอร์เสีย และเจ้าของบ้านก็ไม่สนใจที่จะซ่อมมัน

“ทำอะไรกินน่ะ หอมขึ้นไปถึงด้านบนเชียว” ริมฝีปากเย็นชืดแตะไล่ขึ้นมาจากผิวช่วงบ่าที่โผล่พ้นเสื้อ จนมาถึงใต้สันกรามของเขา

“!!! เดี๋ยวก่อนครับ ผมยังทานไม่เสร็จ” ขืนตัวหลบสัมผัสนั่นเล็กน้อย ซึ่งอีกคนก็ยินดีจะถอยห่างออกไป ซึ่งตอนนี้ก็คงจะหายเข้าไปสะสางงานของตัวเองในห้องทำงานที่อยู่ข้างๆ

แทอิลเป็นวัยรุ่นอายุ 17 ที่ถูกเก็บมาเลี้ยงโดยซอยองโฮนักธุรกิจหนุ่ม ซึ่งจะยังคงดูหนุ่มเช่นนี้ไปอีกนาน มันเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่เขาแอบไปเป็นพนักงานในผับแห่งหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ต้องถูกโยนออกมาเพราะอายุยังไม่ถึง แล้วผู้ชายที่เขาสังเกตว่าอีกคนคอยจับตาดูทุกการกระทำของเขานั้นก็ก้าวเข้ามา

ก่อนจะพาเขาก้าวขาผ่านประตูนรก

ชายคนนั้นเป็นปีศาจ… ที่ไม่ได้หมายความแค่ว่าโหดร้ายดั่งปีศาจ แต่ซอยองโฮเป็นปีศาจจริงๆ ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเลือดและเสพความทรมานของผู้อื่นเป็นพลัง

มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ และแทอิลก็คงไม่เชื่อถ้าหากว่าไม่ได้สัมผัสกับสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดด้วยตัวเอง

หยิบรีโมทมาปิดโทรทัศน์ตรงหน้าแล้วกลับเข้าไปในครัวเพื่อจะล้างจาน แล้วก็ต้องตกใจจนจานแทบร่วงหลุดจากมือเมื่อเห็นยองโฮยืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ในชุดสูทที่พร้อมจะออกไปทำงานและนั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดี

ซอยองโฮมีข้ออ้างในการออกไปทำงานของตัวเองในเวลากลางคืนว่า แพ้แสงอาทิตย์อย่างรุนแรง และทุกคนก็เชื่อเพราะเขาไม่เคยปรากฏตัวออกมาให้เห็นเลยหากดวงอาทิตย์ยังไม่ตกดิน

“ฉันจะออกไปที่บริษัท —แต่ไม่นานหรอกไม่ต้องทำหน้าดีใจขนาดนั้น” อีกคนยิ้มเยาะเขาอย่างรู้ทัน ร่างกำยำที่สูงเกือบ 190 เซนติเมตรก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาที่ยืนกำจานในมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

“อื้อ—” สะดุ้งหนีสัมผัสชื้นแฉะบริเวณหูจากปลายลิ้นอีกคน แต่ก็ไม่กล้าจะถอยห่างออกไปมากกว่านี้เพราะหากทำอย่างนั้นเขาอาจจะเจ็บตัวมากกว่าเดิม เขาปล่อยให้ริมฝีปากอิ่มทว่าเย็นชืดนั้นไล้เล็มเก็บสัมผัสจนพอใจ ก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อปลายเขี้ยวคมๆลากผ่านผิวเนื้อบนลำคอจนเลือดซึมออกมา

และมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่เขาจะรู้สึกต้องการอีกคนมากขึ้นยามที่เขี้ยวนั้นสร้างบาดแผลให้ มันเป็นความรู้สึกวูบวาบในช่องท้องและเหมือนว่าตัวเองกำลังลอยได้

เขาเคยโดนคมเขี้ยวนั้นฝังลงบนร่างกายระหว่างที่อีกคนตักตวงความสุขจากร่างกายเขา และทันทีที่ยองโฮทำเช่นนั้น แทอิลก็ถึงจุดสุดยอดในทันที

“นอนพักซะให้พอก่อนที่ฉันจะกลับมา” ร่างสูงผละออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วสุดท้ายเสียงรถยนต์ที่ขับออกไปก็ทำให้เขารู้ว่าเหลือแค่เขาคนเดียวในบ้านแล้ว และแทอิลก็ต้องทำตามคำสั่งอีกคนอย่างเคร่งครัด เพราะถ้าหากฝ่าฝืนแล้วนั้น ดีหน่อยก็คือได้ออกไปดิ้นรนใช้ชีวิตในโลกใบเดิม แต่คิดยังไงเขาก็ว่าเรื่องนี้จบไม่สวยแน่นอน

ทิ้งตัวลงเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้ทั้งวันเขาก็หมดแรงกับงานที่โรงเรียนไปเยอะแล้ว

หวังว่าคืนนี้จะไม่โดนดูดเลือดหรือโดนสั่งให้ทำอะไรแปลกๆอีกนะ…

แกร๊ก !

เสียงเปิดประตูถึงแม้จะไม่ได้ดังอะไรมากมายแต่สำหรับเขาที่เพิ่งจะข่มตาให้หลับได้มันก็ดังมากพอที่จะปลุกแทอิลให้ตื่นขึ้นมา ที่นอนข้างตัวยุบลงตามน้ำหนักตัวอีกคนที่นั่งลงมา มือใหญ่เกลี่ยปอยผมของเขาเบาๆดูถนุถนอม แต่มันก็คงไม่นานหรอก

“ตื่นเร็วเด็กน้อย” แทอิลพยายามผ่อนลมหายใจออกมาให้เบาที่สุดก่อนจะค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง อีกคนยื่นบางอย่างมาให้เขาที่ยื่นมือออกไปรับมาพลิกดูอย่างสงสัย

“ชุด?”

“สำหรับคืนนี้” อีกคนพยักหน้ารับ แล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของเขาประคองให้ลุกขึ้นแล้วก้าวลงมาจากเตียง ยองโฮถอดเนกไทและสูทออกแล้วเหลือแค่เชิ้ตสีขาวที่ยังกลัดกระดุมเรียบร้อย มือเล็กๆยกขึ้นปลดออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ค่อยๆดึงชายเสื้อให้หลุดออกมาจากขอบกางเกง แหวกสาบเสื้อออกจากกันก่อนจะลากมือไปบนแผ่นอกแน่นๆของอีกคน ช้อนตาขึ้นมองสื่อว่าคืนนี้อยากให้อ่อนโยนกับเขาสักหน่อย แต่เหมือนอีกคนจะไม่สนใจ

“ยองโฮ…”

“บอกให้เรียกแด๊ดดี้ไงครับ” อีกคนดึงกระชากเสื้อนอนของเขาออก จับแทอิลใส่ชุดน่าอายนั่นอย่างเงียบเชียบ เนื้อผ้าเป็นไหมพรมนุ่มนิ่มแบบที่เขาชอบแต่ความยาวที่คลุมหน้าขาได้อย่างหมิ่นเหม่นั้นกับช่วงหลังที่เว้าไปจนถึงเนินสะโพกมันทำให้ชุดนี่น่าอายเกินกว่าเขาจะทำใจให้ชอบได้ลง

ปลายนิ้วเย็นๆลากผ่านไปตามไขสันหลังขึ้นมาผูกสายคล้องคอเป็นโบว์ให้ ก่อนฝ่ามือทั้งสองข้างจะจับไล่จากต้นแขนของเขาลงไปที่ข้อมือ สัมผัสเย็นๆจากหนังและโซ่พันรอบข้อมือเขาก่อนมันจะรัดพันธนาการไว้แน่น

“คุกเข่าลง” แทอิลก้มหน้าลงอย่างจำยอมก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นแล้วนั่งทับขาตัวเองไว้ โดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็มีวัตถุบางอย่างฟาดเข้ามากลางหลัง แทอิลเดาว่าคงจะเป็นแส้หนังเหมือนเดิม ปลายนิ้วจิกลงกับหน้าขาของตัวเองแรงๆอย่างหาทางระบาย แต่เหมือนว่ามันจะทำให้เขามีรอยแผลเพิ่มขึ้น

ความเจ็บปวดในครั้งแรกมันค่อยๆทุเลาลง แต่แล้วครั้งต่อๆมามันก็ซ้ำเติมจนเขาล้มลงไปนอนกองกับพื้น

“ลุกขึ้นมา” น้ำตาแห่งความเจ็บหยดลง แทอิลพยายามยันกายลุกขึ้นแต่ทั้งความเจ็บ ทั้งมือที่ถูกพันธนาการไว้ด้านหลัง ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ดั่งใจ สุดท้ายยองโฮก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาช้อนตัวเขาอุ้มขึ้นไปโยนลงบนเตียง แผ่นหลังที่ตอนนี้คงจะมีแต่รอยแผลถูกกระทบกระเทือนอีกครั้งและมันเจ็บมากจนทำให้เขาหลุดเสียงร้องออกมา

“แด๊ดดี้— ผมเจ็บ” ส่งสายตาอ้อนวอนอีกคนที่ตอนนี้ยืนถอดเสื้อเชิ้ตออกอยู่ข้างเตียงแล้วก้าวขึ้นมาคร่อมทับตัวเขาไว้ กุญแจมือข้างหนึ่งถูกปลดออกก่อนร่างทั้งร่างเขาจะถูกรั้งขึ้นไปตามแรงดึงแล้วล็อคข้อมือไว้กับเสาตรงหัวเตียง

“ยังไม่ชินอีกเหรอหือ…” แทอิลรู้ว่าอีกคนกำลังอิ่มเอมกับความเจ็บปวดที่คงกำลังแผ่ออกจากตัวเขา ชุดที่สั้นอยู่แล้วตอนนี้เลิกขึ้นไปถึงไหนต่อไหนแต่ก็ไม่มีแล้วความเขินอาย เขาเจ็บเกินกว่าจะรู้สึกอย่างอื่นได้อีก นอนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงพยายามผ่อนคลายความเจ็บของตัวเองลงก่อนจะถูกเบนความสนใจไปที่สัมผัสจากบริเวณข้อเท้าที่ถูกจับยกขึ้นจรดริมฝีปากอีกคน อีกคน ลากไล้ขึ้นมาตามเรียวขา เขี้ยวที่งอกออกมาสะท้อนกับแสงจันทร์ที่สาดเข้ามาทางหน้าต่าง มันระกับผิวเขาเล็กน้อย และนั่น … ความรู้สึกนั้นมันเกิดขึ้นอีกแล้ว

ยองโฮมองร่างกายที่บิดเร่าน้อยๆ มันเป็นเรื่องน่าประหลาดที่ร่างกายของแทอิลมีปฏิกิริยากับคมเขี้ยวของเขา แต่นั่นถือเป็นเรื่องดี ยิ่งแทอิลมีอารมณ์มากเท่าไหร่เลือดของเจ้าตัวก็ยิ่งหวานมากขึ้นเท่านั้น

“อ— อ๊ะ” เหลือบตาขึ้นมองเจ้าของเสียงที่หลุดครางออกมายาวที่เขาลากปลายลิ้นไล้วนอยู่กับขาอ่อนอีกคน ใบหน้าที่เริ่มเต็มไปด้วยอารมณ์นั้นน่ามองและน่ารังแกให้รู้สึกมากขึ้นไปอีก

“อ๊ะ! แด๊ดดี้!” แทอิลหวีดร้องออกมาพร้อมๆกับหลังที่แอ่นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกจุดยามที่เขาฝังเขี้ยวลงที่ด้านในต้นขาอีกคน เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากแผลเป็นทางยาวตัดกับต้นขาขาวๆก่อนจะหยดลงบนพื้นเตียง ยองโฮลากปลายลิ้นไปตามรอยเลือดกลับไปหารอยแผล ซึมซับรสชาติเลือดของอีกคนก่อนจะครอบปากลงไปดูดเลือดให้ไหลย้อนกลับเข้ามาในปากของเขา

“อา— ” แทอิลตาลอยยามที่ของเหลวในกายถูกสูบออกไป ร่างกายเขาเบาขึ้นเรื่อยๆ มันสุขสมราวกับได้ไปถึงจุดสูงสุดของเซ็กซ์แต่ยองโฮสามารถพาเขาไปไกลได้มากกว่านั้น กายบางถูกจับพลิกให้คว่ำหน้าลงกับเตียง กัดฟันแน่นยามข้อมือเสียดสีกับสิ่งที่พันธนาการเขาไว้แต่สัมผัสแผ่วๆที่หลังก็ดึงความสนใจเขาไปจากความเจ็บปวดอีกครั้ง

ยองโฮแตะริมฝีปากไปตามบาดแผลที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น กดจูบและลากปลายลิ้นหยอกล้อเป็นระยะ และเมื่อทำเช่นนั้น บาดแผลก็ค่อยๆสมานตัวเข้าหากันช้าๆ คมเขี้ยวจึงจัดการลากผ่านให้รอยแผลมันเกิดขึ้นอีก เสียงครางยาวหลุดออกมาจากปากของคนที่นอนอยู่ใต้ร่างเขา มันทั้งนุ่มและหวานเหมือนเลือดของเจ้าตัว ริมฝีปากนั้นลากสูงขึ้นมาถึงต้นคอก่อนจะงับเชือกที่ผูกเป็นโบว์ ดึงให้ปมมันคลายออกจากกันแล้วปล่อยให้สายนั้นร่วงหล่นลงไปกองอยู่บนพื้นเตียง

แทอิลอ้าปากค้างกับความเจ็บจุกที่ได้รับอย่างไม่ทันตั้งตัว ถึงร่างกายเขาจะพร้อมแล้วแต่มันก็ยังไม่พอที่จะรับตัวอีกคนเข้ามาจนสุดความยาวในครั้งเดียวแบบนี้ หอบหายใจผิดจังหวะยามที่กายนั้นกระแทกเข้ามาแรงๆซ้ำๆ

“อ่ะ— เบาๆครับ… แด๊ดดี้” ซบหน้าลงกับท่อนแขนของอีกคนที่ค้ำไว้กับพื้นเตียงอยู่ใกล้ใบหน้าของเขา แต่ยองโฮไม่ได้ผ่อนแรงลงอีกคนกลืนกินร่างกายของเขาอย่างกระหาย มือใหญ่ๆกำรอบลำคอของเขาไว้ ก่อนจะจับดึงเนื้อผ้าช่วงคอเสื้อให้หลุดออกผ่านทางศีรษะจนกลุ่มผมสีแดงเข้มของแทอิลแตกกระเซิง

เสียงคำรามต่ำๆในลำคอของอีกคนเลือนหายออกไปจากสติของแทอิลเรื่อยๆพอกับสีขาวโพลนที่เริ่มเกาะกินทั่วพื้นที่ในความคิด หัวเล็กๆผงกขึ้นจากหมอนยามที่มือของอีกคนกำรอบเส้นผมแล้วดึงมันขึ้นมา เขี้ยวคมๆฝังลงไปใต้ผิวเนื้อที่ต้นคอ จังหวะเดียวกับที่ของเหลวอุ่นๆถูกฉีดเข้าไปในตัวของแทอิล เลือดสีสดไหลรินออกมาจากปากแผล แต่อีกคนกลับไม่ปล่อยให้มันไหลไปได้ไกลนัก ริมฝีปากและปลายลิ้นก็ทำหน้าที่เก็บเกี่ยวทุกหยาดหยดเข้าไปอย่างไม่ให้เสียของ

แทอิลทิ้งตัวลงกับเตียงผืนกว้างหลังจากที่อีกคนถอนเขี้ยวออกจากต้นคอและปล่อยมือออกจากกลุ่มผมของเขา กายบางสะดุ้งเล็กน้อยยามถูกแตะต้องเพราะความสุขสมยังคงคั่งค้างอยู่ทุกอณูความรู้สึก ครางรับเบาๆเมื่อปลายลิ้นของปีศาจตนนั้นค่อยๆเล็มเลียทำความสะอาดและรักษาบาดแผลที่ซอกคอ และที่ต้นขา ซึ่งตอนนี้เลือดที่เคยไหลออกมานั้นแห้งเป็นคราบติดอยู่ แทอิลไม่รู้ว่าอีกคนทำอะไรต่อ เขารู้แค่ว่าระหว่างที่แผลกำลังสมานนั้น สติเขาก็ค่อยๆดับหายไปทีละน้อย จนเขาดำดิ่งลึกลงสู่นิทราในที่สุด

“นี่— ฟังอยู่หรือเปล่า” ไม่ได้มาแค่เสียงแต่ลีแทยงคนนั้นปีนขึ้นมาบนโต๊ะทำงานของเขาก่อนจะมานั่งห้อยขาอยู่ตรงหน้าเขา ทับกองเอกสารตรงหน้าและก่อกวนไม่ให้เขาทำงาน

“ช่วงนี้งานเยอะเหรอ ทำไมยองโฮไม่มาหาผมบ้างเลย”

“เปล่า” เขาเลือกที่จะไม่โกหกอีกคน แต่ก็ไม่อยากบอกความจริงออกไปทั้งหมด ว่าที่ไม่ได้ไปหานั้น ตัวเองกำลังติดพันอาหารที่เก็บมาเลี้ยงดูต่างหาก

แทยงกับเขาเป็นเหมือนกัน แต่แทยงใช้ชีวิตลำบากกว่าเขาเยอะ ร่างกายของอีกคนต่อต้านเลือดของมนุษย์ สิ่งที่พอจะประทังชีวิตอีกคนได้นั้นคือความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และเลือดของพวกเดียวกันเอง และคนที่เต็มใจจะแบ่งเลือดให้แทยงนั้น มีแค่เขาคนเดียว

นั่นเพราะแทยงเป็นเจ้าชีวิตของซอยองโฮ … ถ้าไม่มีอีกคน เขาคงจบชีวิตแบบมนุษย์โง่ๆคนหนึ่งไปแล้ว

“ติดกับเหยื่อเหรอ” มือเล็กๆบีบเข้าที่คางของเขาให้เงยหน้าขึ้นไปสบตา จับมืออีกคนออกจากใบหน้าตัวเองออกอย่างเบามือ การที่จะจัดการกับแทยงที่กำลังโกรธหรือหงุดหงิดนั้น เขาต้องอ่อนโยน

“ไม่ใช่อะไรแบบนั้นหรอก”

“งั้นก็แบ่งกันกินได้ใช่มั้ย” ยองโฮไม่ได้ตอบ ถึงอย่างไร ถ้ามันเป็นความต้องการของแทยง เขาก็ไม่สามารถขัดอะไรได้อยู่แล้ว รอยยิ้มบางๆจุดขึ้นบนใบหน้าของอีกคนช้าๆ มือที่จับกันอยู่ถูกแทยงจับให้ข้อมือพลิกหงายขึ้นมา กระดุมที่แขนเสื้อถูกปลดออกก่อนตัวผ้าจะถูกดึงขึ้นไปเผยให้เห็นข้อมือที่มีเส้นเลือดปูดโปนให้เห็นชัดเจน

อีกคนยกข้อมือของยองโฮขึ้นแตะจรดที่ริมฝีปากเบาๆ ปลายลิ้นเล็กๆแลบออกมาวาดไล้ทั่วผิวเนื้อก่อนคมเขี้ยวของอีกคนจะฝังลงมาดูดเลือด สูบมันออกจากตัวเขาช้าๆ แทยงหลับตาลงลิ้มรสเลือดที่ค่อยๆดูดออกไปอย่างใจเย็น ยองโฮรู้ดีว่าอีกคนขาดเลือดมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว แต่ที่ยังคงไม่ทำรุนแรงกับเขานั้นเป็นเพราะแทยงกลัวเขาเจ็บ

มันก็เลยอดไม่ได้ที่จะยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นลูบผมอีกคนเบาๆ ก่อนจะลากปลายนิ้วมาเกลี่ยแก้มซูบตอบที่ซีดจนเห็นเส้นเลือดจางๆ

“ไม่ต้องเกรงใจน่า…”

แทอิลถูกปลุกขึ้นมากลางดึกเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงที่คนที่ทำให้เขาตื่นไม่ใช่ยองโฮ แต่เป็นชายแปลกหน้าที่กำลังนั่งจ้องอยู่ข้างๆเขาต่างหาก รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นถอยลงจากเตียงแล้วยืนให้ห่างอีกคนทันที และเมื่อทำอย่างนั้น แผ่นหลังของเขาก็ปะทะเข้ากับอกของใครบางคน

แต่เมื่อหันกลับไปผมว่ามันเป็นซอยองโฮเขาก็รีบมุดเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังอีกคนทันที

“ไม่ต้องกลัวนะเด็กน้อย นั่นคุณแทยง เขาอยากรู้จักนาย” ยองโฮหันมากอดเขาไว้ แล้วลูบหัวเบาๆ แทอิลมองผ่านไหล่ยองโฮไปที่คุณแทยงที่อีกคนพูดถึง ซึ่งเจ้าตัวก็ส่งยิ้มบางๆมาให้ทันทีที่สบตากัน

“มานี่สิ” แทยงยื่นมือออกมาตรงหน้า ถึงน้ำเสียงที่อีกคนพูดด้วยนั้นมันจะเรียบนิ่งแต่แทอิลก็สัมผัสได้ถึงอำนาจบางอย่าง ที่ทำให้คำพูดนั้นดูกลายเป็นคำสั่ง เขาจำต้องก้าวห่างออกมาจากยองโฮ ตรงเข้าไปหาอีกคนที่เดินไปนั่งรออยู่ที่ปลายเตียงอย่างใจเย็น

“นั่ง… ยืนเข่าอยู่บนพื้น—” แทยงออกคำสั่งทันทีที่อีกคนเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า กวาดสายตาไล่สำรวจร่างกายอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็แค่เด็กหนุ่มธรรมดาที่มีสายตาดื้อรั้น ทำไมยองโฮถึงทำตัวติดเด็กคนนี้จนลืมเขาไปได้

คนที่นั่งอยู่ปลายเตียงโน้มใบหน้าลงมาใช้ปลายจมูกแตะสำรวจไปทั่วใบหน้าของแทอิล ก่อนจะลากมาที่ลำคอ ริมฝีปากที่แทอิลเห็นว่าบางเฉียบนั้น อ้าออกจากกันเล็กน้อยเพื่อให้เขี้ยวขาวสะอาดที่ค่อยๆงอกยาวออกมาได้แตะลงกับผิวของเขา แทอิลเบี่ยงหน้าหนีแต่นั่นกลับเป็นการเปิดทางให้อีกคนได้สำรวจซอกคอของเขาได้ถนัดมากขึ้น

“อ๊ะ!” แทอิลสะดุ้งเมื่อปลายเขี้ยวของอีกคนเกี่ยวซอกคอของเขาเป็นแผลตื้นๆแต่ทว่าลากเป็นทางยาว และน่าแปลกที่มันไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกวาบหวามเหมือนกับที่ยองโฮทำเลยแม้แต่น้อย แทยงถอยห่างออกไปนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะสั่งให้เขาคลานขึ้นไปนั่งคร่อมทับบนตักอีกคนไว้

ยองโฮก้าวไปนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมที่ตั้งอยู่มุมห้อง มองเหยื่อของเขาที่กำลังถูกป้อนจูบช้าๆ แทอิลขมวดคิ้วมุ่นยามที่ปลายลิ้นของตนถูกเกี่ยวกระหวัดอยู่ในโพรงปาก กายเล็กๆสั่นไปทั้งร่างโดยที่เขาก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ไหน แต่ยามใดที่ริมฝีปากของเจ้าตัวเป็นอิสระ แทอิลจะเรียกหาเขาเสมอ

“ไม่เอาครับ— ยองโฮ ช่วยผม” แต่พูดได้เพียงเท่านั้นเจ้าตัวก็ถูกจับกดลงกับเตียง ยองโฮจ้องตากับเด็กน้อยของเขาด้วยสายตานิ่งเฉยในขณะที่แทยงกำลังสัมผัสอีกคนไปทั่วร่าง

“โอ๊ย!!” แทยงกัดเข้าที่ข้อมือของอีกคนอย่างไม่ยั้งแรงเมื่อเจ้าตัวเอาแต่ร้องเรียกหายองโฮ แต่น่าแปลกที่เลือดในกายเด็กคนนี้มันกลับหอมและหวานจนเขาต้องชิมมันอีกครั้ง

“อา— ไม่นะ ฮือ ยองโฮครับ…แด๊ดดี้” แทอิลร้องออกมาทั้งน้ำตาเมื่อแทยงแทรกกายเข้าไปในตัวอีกคนแล้วขยับอย่างเอาแต่ใจ ข้อมือที่เปื้อนเลือดถูกยกขึ้นมาลามเลียจนแผลสมานตัว ก่อนที่แทยงจะกัดซ้ำอีกครั้งแล้วดูดกลืนเลือดของแทอิลอย่างหน้ามืดตามัว

และนั่น มันเกินพอแล้ว…

พาร่างสูงของตัวเองเข้าไปทาบทับร่างของแทยงเอาไว้อีกที อ้าปากฝังคมเขี้ยวลงที่ต้นคออีกคนเป็นการเรียกสติให้หยุดสิ่งที่ทำอยู่ แทยงผละออกมาจากข้อมือของแทอิลทันที ใบหน้าที่ดูมึนเมาในรสเลือดหันมาหาเขาช้าๆก่อนจะประกบริมฝีปากที่เปื้อนเลือดของแทอิลเข้ากับปากของเขา ป้อนจูบดูดดื่มและป้อนเลือดที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในโพรงปากให้

แทอิลสะอื้นออกมาเบาๆเมื่อตอนนี้ความเจ็บมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่กายอย่างเดียวแล้ว เขาเอ่ยเรียกชื่อปีศาจของเขาเบาๆ แต่คนถูกเรียกก็ผละออกมาจากจูบนั้นหันมามองเขาทันที

“พอแล้วแทยง วันนี้นายได้เลือดจากฉันแล้ว”

แทยงลุกขึ้นยืนนิ่งมองภาพยองโฮลูบผมเด็กคนนั้นอย่างเบามือ ก่อนจะแยกตัวออกไปปล่อยให้ยองโฮได้อยู่กับแทอิลสองคน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมยองโฮถึงได้ตัวติดกับแทอิลนัก … เลือดของแทอิลมันพิเศษ —พิเศษขนาดที่ร่างกายของเขาก็ไม่ได้ต่อต้านเลือดของอีกคน

แต่แทยงจะไม่ยอม ไม่ยอมให้ยองโฮติดเด็กคนนั้นไปมากกว่านี้ …

“พอแล้ว…” ยองโฮลูบหัวปลอบเขาเบาๆ แทอิลร้องไห้อย่างเสียขวัญมันทั้งเจ็บและน่ากลัวสำหรับสิ่งที่แทยงทำกับเขา และน่ารังเกียจ … เขาไม่ได้ยินยอม และมันก็เจ็บมาก เขาไม่เคยโดนกัดแล้วรู้สึกเจ็บขนาดนี้มาก่อน

และยองโฮ ก็ใจร้ายกับเขาเหลือเกิน

“คุณทนดูได้ยังไง… เขาทำแบบนั้นกับผม” สุดท้ายแทอิลก็โพล่งออกมาอย่างเหลืออด สบหน้าลงกับกางเกงของอีกคนที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาของเขา

“ฉันห้ามไม่ได้…

และอย่าเข้าใจผิดไป นายมันเป็นแค่อาหารของฉันเท่านั้นแหละแทอิล” ยองโฮพูดนิ่งๆ คนที่สะอื้นไห้อยู่แล้วสะอื้นหนักยิ่งกว่าเดิม และเขาก็ทำเพียงแค่ลูบศีรษะปลอบโยนอีกคนเบาๆ

ส่วนแทอิลก็ทำได้แค่เข้าไปกอดเอวอีกคนไว้แน่น และปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปอย่างไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้

 

 

The End


 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s