HALF MOON / JOHNIL feat.HANSOL

HALF MOON

az4rwk5h

JOHNIL feat.HANSOL
{ for
D
T
L
10 }

ซอยองโฮตื่นขึ้นมากลางดึกอีกครั้งเพราะเสียงดังจากห้องข้างๆ มันเป็นเสียงบางอย่างกระทบกำแพงเป็นจังหวะ เหนือหัวนอนเขาพอดี ซึ่งมันก็เดาไม่ยากเลยว่า

เสียงเตียงแน่นอน

และก็รู้ได้ทันทีเลยว่า ห้องข้างๆนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่

เขาไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับเสียงครางเบาๆที่ลอดผ่านกำแพงเข้ามาเลยสักนิด มันออกจะน่ารำคาญเพราะนี่ก็เป็นเวลาตีสองกว่าๆเกือบจะตีสามอยู่แล้ว ซึ่งมันจะน่ารำคาญมากๆหากกิจวัตรประจำวันของคุณเริ่มตอนตีห้าครึ่ง

ทุกอย่างกลับมาเงียบสงบอีกครั้งตอนตีสี่ แต่ยองโฮนอนไม่หลับเสียแล้ว สุดท้ายจึงตัดสินใจสะบัดผ้าห่มออกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ทุกอย่างเสร็จสิ้นเวลา 05.30 เป๊ะๆซึ่งมันน่าพอใจมาก เขาถือสเก็ตบอร์ดคู่ใจออกมาจากห้อง พอดีกับที่ประตูห้องข้างๆนั้นเปิดออก

ผู้ชายผมสีบลอนด์ทองรูปร่างสูงโปร่งที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดีก้าวออกมาก่อนจะหันไปบอกลากับผู้ชายผิวขาวตัวเล็กๆคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของห้องข้างๆนี่เอง (เขาจำได้) เจ้าของห้องนั้นปรายตามามองเขาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจแฟนของตัวเองอีกครั้ง ยองโฮไม่คิดจะทักทายอีกคน ถ้าเจอกันเวลาปกติเขาอาจจะยิ้มให้คนข้างๆห้องเพื่อผูกมิตรก็ได้ แต่ตอนนี้เขากลับทำแค่ยัดหูฟังใส่รูหูตัวเองแล้วเลือกเปิดเพลงที่ชอบให้เสียงดังที่สุดเพื่อกลบเสียงบทสนทนาหวานเลี่ยนจากหนุ่มผมทอง

ออกจะงงนิดหน่อยที่ตัวเองดูหงุดหงิดขนาดนี้ แต่นั่นคงจะเป็นเพราะเขานอนไม่พอ

แค่นั้นแหละ …

เขาออกมาไถสเก็ตบอร์ดเล่นทุกเช้าเพื่อผ่อนคลายตัวเอง ถึงมันจะทรมานที่ต้องตื่นเช้า แต่นี่เป็นช่วงเวลาเดียวที่เขาจะได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบนอกจากนั้นยองโฮก็จะต้องคลุกตัวอยู่กับการเรียน งานต่างๆ และ…อาชีพเสริมที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปทำ เขาเพิ่งโดนพ่อและแม่สั่งย้ายจากชิคาโกกลับมาอยู่ที่โซลด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ท่ามกลางวัฒนธรรมของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง มันก็น่าหงุดหงิดอยู่ที่ต้องโดนพรากจากสิ่งที่เราเคยชิน แต่พอคิดว่าจะได้ออกมาอยู่คนเดียวแล้วมันก็น่าสนใจไม่น้อย ดังนั้นชีวิตเด็กมหาฯลัยปีหนึ่งของเขาจึงมาเริ่มที่โซล

เวลาหกโมงครึ่ง เขาวนกลับมาถึงหน้าอพาร์ทเมนต์ที่ตัวเองอยู่อีกครั้งและได้สวนเข้ากับผู้ชายข้างห้องคนนั้น ที่ใส่เสื้อยืดคอกว้างมาปั่นจักรยานท่ามกลางอากาศเย็นยะเยือกในช่วงเช้า อวดผิวขาวๆที่มีรอยช้ำให้เห็นอยู่ประปราย เราสบตากันโดยบังเอิญอีกครั้งก่อนจะสวนทางกันไป

———————————————

มุนแทอิลกำลังคิด… นึกไปถึงสายตาแปลกๆของผู้ชายตัวสูงข้างห้องที่ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่สายตานั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังโดนประเมินยามที่โดนจ้อง

แกร๊ก!

เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับที่เจ้าของห้องที่เขากำลังนึกถึงอยู่เมื่อครู่นี้ก้าวออกมา แทอิลที่กำลังจ้องประตูห้องของอีกฝ่ายอยู่สะดุ้งทันที

อา…ทำไมตายยากขนาดนี้นะ

“สวัสดี…” ตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาเมื่ออีกฝ่ายกำลังเริ่มจ้องในแบบที่รู้สึกเหมือนถูกประเมินอยู่อีกครั้ง อีกฝ่ายดูตกใจอยู่เหมือนกันที่เขาเริ่มพูดด้วย

“สวัสดีครับ … ผมซอยองโฮ”

“มุนแทอิล … ยองโฮกำลังจะไปไหนเหรอ” เขาเห็นผู้ชายคนนี้เมื่อเช้ามืด ตอนที่ออกมาส่งฮันซล… เห็นอีกทีตอนที่เขาออกไปปั่นจักรยานเล่น และตอนนี้ก็บังเอิญเจอกันอีกแล้ว

“ไปมหาฯลัยน่ะครับ”

“อา…” แทอิลพยักหน้า เด็กมหาฯลัยนี่เอง “ตั้งใจเรียนนะ” อีกคนยิ้มและโค้งให้เขาน้อยๆก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

แทอิลยืนกอดอกพิงบานประตูห้องมองดูร่างของยองโฮที่ไกลออกไปเรื่อยๆ ร่างสูงสมส่วนนั่น ช่วงตัว ช่วงขาแบบนั้น …

“ยองโฮ!” แทอิลตะโกนเรียกอีกคนไว้ในขณะที่เจ้าตัวกำลังจะก้าวขาเข้าไปในลิฟต์

“ครับ?” แทอิลรีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที พลางค้นหาบางอย่างในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา

“คือ… พอดีว่าผมทำงานเป็นช่างภาพให้บริษัทโมเดลลิ่งของจีฮันซล ไม่ทราบว่ายองโฮพอจะรู้จักมั้ยครับ”

“รู้จักดีเลยล่ะครับ” เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยยองโฮจะได้ไม่ต้องมาคิดสงสัยว่าจะโดนเขาหลอกหรือเปล่า

“ผมสนใจคุณน่ะครับ พอดีว่าผมไม่ได้เอานามบัตรออกมา รบกวนขอเบอร์ติดต่อ หรือไอดีคาทกของยองโฮได้ไหม” ยองโฮไม่ได้ตอบอะไร อีกคนแค่หยิบโทรศัพท์ของเขา(ที่ยื่นออกไปรอไว้อยู่แล้ว)ไปกดด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ผมให้ไว้ทั้งสองอย่างเลยครับ” แทอิลรับโทรศัพท์คืนมา “ผมเข้าไปเป็นนายแบบในบริษัทคุณฮันซลได้ไม่นาน หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันเร็วๆนี้นะครับ”

“อ้อ… แล้วก็เรื่องเมื่อเช้ามืด ผมจะเก็บไว้เป็นความลับให้นะครับ” อยู่ๆก็รู้สึกหมั่นไส้เด็กคนนี้ขึ้นมาตอนที่เจ้าตัวหันมาขยิบตาให้ แต่กลับขำออกมาแล้วโบกมือไล่อีกคนให้รีบไปเรียนแทน

เขาไม่ได้ปิดบังเรื่องของเขากับฮันซลเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถึงกับออกไปป่าวประกาศไปทั่วว่าเรามีอะไรลึกซึ้งกัน เราสองคนไม่ใช่แฟนกัน เราแค่พอใจที่จะอยู่ด้วยกันแบบนี้ สำหรับคนที่รักความอิสระแบบเขาแล้วนั้นการที่ยอมทำงานประจำในบริษัทของฮันซลก็เป็นอะไรที่มากเกินพอแล้ว

แฟนอะไรนั่นไม่เห็นจำเป็นต้องมีหรอก …

แต่ที่มันน่าอายคือ ยองโฮได้กลายมาเป็นคนใกล้ตัว ที่ก่อนหน้านี้ต้องนอนฟังเสียงบ้าบอจากเตียงของเขาอยู่ตั้งนาน

บ้าจริง …

———————————————

วันนี้วันเสาร์ และอย่าหวังว่าคุณจะเห็นผมนอนเล่นอยู่บนเตียง นอนอืดอ่านการ์ตูนอยู่บนโซฟา หรือออกไปเดทกับสาวๆ วันนี้ถือว่าเป็นวันทำงานของซอยองโฮอย่างแท้จริง และวันนี้จะเป็นวันแรกที่เขาได้ร่วมงานกับมุนแทอิลพี่ชายข้างห้องวัย 32 ปี ซึ่งอายุห่างกับเขาตั้ง 13 ปี แต่กลับดูเหมือนคนอายุยี่สิบต้นๆอย่างไม่น่าเชื่อ

งานวันนี้มีสินค้าเป็นนาฬิกาแบรนด์ที่กำลังดังในกลุ่มคนช่วงอายุ 20 – 30 ต้นๆ และมันก็ดูจะสบายมากๆเพราะว่าเขาจะได้นอนถ่ายอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดที่อาบไล้ไปด้วยแสงสีส้มนวลๆ บนเตียงเต็มไปด้วยกองหมอนและผ้าห่มผืนหนาที่ถูกเซ็ทไว้ให้ดูยับยู่ยี่ ถ้าบอกให้เขาหลับตาล่ะก็เขาคิดว่าตัวเองคงจะหลับไปจริงๆได้เลย เมื่อคืนนี้ก็อยู่ติวกับเพื่อนจนเกือบตีสอง กว่าจะกลับมาถึงห้องมันก็ใกล้เช้าแล้ว

“หน้าตาดูไม่สดใสเลยนะยองโฮ” เขารับแก้วกาแฟที่อีกคนยื่นมาให้ วันนี้พี่แทอิลอยู่ในเสื้อที่คอกว้างเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนเป็นแขนยาวแล้ว

มองไปมองมามันก็เหมือนว่าจะไม่ใช่เสื้อที่คอกว้าง มันเป็นเสื้อปกติแต่แค่พี่แทอิลตัวเล็ก … แล้วดันเลือกใส่เสื้อโอเวอร์ไซส์

“นอนดึกนิดหน่อยครับ”

“ถ่ายแบบวันนี้จะนอนเลยก็ได้นะ” ยองโฮมองอีกคนขำน้อยๆแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้

“งั้นช่วยปลุกผมด้วยนะครับ”

เขากำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง โพสต์ท่าไปเรื่อยๆ บางทีก็ทำตามคำสั่งของคุณตากล้องที่นานๆจะส่งเสียงที

“ยองโฮครับ ขออนุญาตนะ” โดยไม่รอคำตอบ แทอิลก็ปีนขึ้นมาบนเตียง ขึ้นมายืนเข่าคร่อมตัวเขาไว้ ถึงจะตกใจที่ต้องใกล้ชิดกันตั้งแต่ครั้งแรกแบบนี้แต่เขาก็ต้องรีบดึงสติกลับมาทำงานต่อ ยองโฮเลือกที่จะปิดเปลือdตาลง แต่แล้วจู่ๆก็รู้สึกว่ามีน้ำหนักกดทับลงมาตรงช่วงหน้าขาตัวเอง

“ยองโฮครับ ค่อยๆลืมตาขึ้นมานะ”

และเมื่อเขาทำอย่างนั้น ก็พบว่าพี่แทอิลนั่งทับลงมาบนหน้าขาของเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้โดยมีแค่กล้องตัวใหญ่กั้นไว้ ค่อยๆปรือตาจ้องเข้าไปในเลนส์ตามคำสั่งอีกคน เสียงรัวชัตเตอร์เงียบลง ก่อนที่พี่แทอิลจะลุกออกไปโดยไม่พูดอะไร

 

{50%}

กว่างานจะเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่มแล้ว ยองโฮกำลังเก็บของใส่กระเป๋าพลางคิดว่าจะกินอะไรดี จังหวะที่กำลังจะเดินออกจากห้องพักเสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

‘ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย’

เป็นพี่แทอิลนั่นเองที่ทักเขามา

‘รอหน้าบริษัทนะ’

เขายิ้มให้กับความเอาแต่ใจของอีกคน รีบสรุปให้แบบนี้กลัวจะปฏิเสธหรือไงกัน

กำลังจะพิมพ์ตอบไปว่าตกลงพอดีเชียว…

เมื่อออกมาถึงหน้าบริษัทเขาก็เห็นพี่แทอิลกำลังยืนนิ่งรับลมหนาวเย็นยะเยือกของเดือนมีนาคม เจ้าตัวยืนนิ่งมองเหม่อไปที่พื้นหินตรงหน้า ดูเป็นคนที่เหมือนจะคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาและไม่ค่อยพูดจาเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ทำให้พี่แทอิลน่าทำความรู้จักน้อยลงเลย

“ไม่หนาวเหรอครับ ทำไมไม่รอข้างในล่ะ” คนโดนทักไม่ได้มีท่าทีตกใจที่อยู่ๆเขาก็พูดโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ อีกคนแค่กะพริบตาที่ตอนแรกเหม่อจ้องค้างไว้นาน แล้วเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มบางๆให้

“ไม่เลย ออกมารอหิมะนะ เผื่อมันจะตก”

“แล้ว… มาชวนผมนี่เพราะคุณฮันซลไม่ว่างหรือเปล่าครับ” เขาตั้งใจถามติดตลกแต่อีกคนกลับพยักหน้าให้เป็นคำตอบ

“ยองโฮจะโกรธมั้ยล่ะถ้านั่นคือเหตุผล”

“อา… ทำไมต้องโกรธล่ะครับ ดีซะอีก วันนี้ผมจะได้ไม่ต้องกินข้าวคนเดียว”

มื้อนี้จบลงที่ร้านอาหารข้างทางธรรมดาๆแต่กลับอร่อยเกินราคา ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราได้คุยกันมากขึ้น ทำให้เขารู้ว่าอีกคนรักอิสระพอสมควรเลย

“แล้วแบบนี้พี่มีแพลนจะออกจากงานหรือเปล่าครับ” เขาถามขึ้นระหว่างที่เราสองคนเดินกลับอพาร์ทเมนต์ด้วยกัน โชคดีที่อพาร์ทเมนต์อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน ไม่งั้นล่ะก็เขาคงลำบากแน่ๆในวันที่ต้องเลิกงานดึกๆ

“มีสิ —เยอะแยะเลยล่ะ งานแบบนี้ต้องทำแบบอิสระสิถึงจะสนุก จะว่าไป…เดี๋ยวถ้างานวันนี้เผยแพร่ ยองโฮก็อาจจะมีคนรู้จักมากขึ้นและมีอิสระน้อยลงก็ได้นะ ไม่อึดอัดเหรอ”

“คือผม— ไม่ได้ตั้งใจมาทำ แต่พอได้ทำแล้วมันก็สนุกดี เงินก็ดี ลึกๆแล้วผมอยากเป็นที่รู้จักน่ะครับ” อยู่ๆพี่แทอิลก็หยุดเดิน ทำให้เขาต้องหยุดไปด้วยแล้วหันไปมองอีกคนอย่างนึกสงสัย

“สนุกเหรอ… อืม วันนี้ทำงานกับยองโฮฉันก็รู้สึกสนุกนะ—“ อีกคนส่งยิ้มบางๆมาให้ก่อนจะเดินจากไปพร้อมประโยคเบาๆที่ชวนให้รู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล ” —ชอบแววตาของนายน่ะ”

คืนนี้ผมถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่ตอนเช้ามืด แต่มันเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อมาหลังจากที่ผมเข้านอน เสียงเคาะประตูยังคงดังอยู่ระหว่างที่ผมคลำหาสวิตช์โคมไฟบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะเดินมึนๆไปเปิดไฟของห้องและเปิดประตูโดยที่ลืมไปว่าควรจะส่องตาแมวดูก่อนว่าใครที่ไหนมาเคาะประตูเรียกเอาป่านนี้

“อ้าว… พี่แทอิล” เขามองอีกคนที่อยู่ในชุดนอนตัวโคร่งและกอดถุงพลาสติกสีดำที่บรรจุอะไรบางอยู่อยู่เต็มถุง

“คิดอยู่นานเลยว่าจะมารบกวนยองโฮดีมั้ย”

“พรุ่งนี้ผมไม่มีอะไรต้องทำล่ะ เข้ามาก่อนสิครับ” ผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้นเชื้อเชิญอีกคนเข้ามาในห้อง พี่แทอิลค่อยๆแทรกตัวเข้ามาแล้วยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่แถวๆปลายเตียงของเขา

“อ่า… ห้องผมไม่ค่อยได้ต้อนรับแขกเท่าไหร่ เลยมีของอย่างที่เห็น นั่งลงบนเตียงผมก็ได้ครับ”

“คือ…” อีกคนไม่ได้นั่งลง แต่กลับเปิดปากถุงสีดำที่กอดไว้ก่อนหน้านี้ แล้วยื่นมาให้ผมดูแทน

“เบียร์กระป๋อง?” พี่แทอิลพยักหน้า ก่อนจะหยิบส่งมาให้เขาหนึ่งกระป๋อง

“พี่มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” ยองโฮเดินไปรับน้ำใจจากอีกคนแล้วนั่งลงที่ปลายเตียงก่อน พอทำแบบนี้พี่แทอิลถึงยอมนั่งบ้าง โชคดีมากที่พรุ่งนี้เขาว่างและชอบเบียร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาอาจจะโกรธพี่แทอิลก็เป็นได้

“ปกติฮันซลจะมาค้างด้วย แต่คืนนี้เขาไม่ว่างน่ะ… พี่เหงา” อีกคนพูดอ้อมแอ้มอยู่ในลำคอก่อนจะเปิดเบียร์แล้วยกขึ้นดื่ม

“หา?— แล้วปกติ — ก่อนหน้านี้ล่ะครับ ถ้าเขาไม่ว่างมาแบบวันนี้”

“ปกติก็จะออกไปเที่ยวข้างนอกน่ะ— แต่ตอนนี้รู้จักยองโฮแล้ว… รบกวนเหรอ” คงเพราะส่วนสูงที่ต่างกันมาก ถึงแม้ว่าจะนั่งในระดับเดียวกันแต่อีกคนก็ยังต้องเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเขา และท่าทางนั้นรวมกับน้ำเสียงที่ติดจะเกรงใจเป็นอย่างมากก็ทำให้เขานึกโกรธอีกฝ่ายไม่ลงเลย

“… ไม่ครับ พี่นี่แปลก รักอิสระแต่ทำไมถึงขี้เหงาได้ขนาดนี้” พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นดื่มบ้าง อยู่ๆก็รู้สึกเครียดขึ้นมา คนตรงหน้านี้จะใช้ชีวิตอย่างอิสระเกินไปแล้ว ไม่ได้อยากจะมองอีกฝ่ายในทางที่แย่ แต่ความคิดในหัวตอนนี้มันก็ช่างทรยศเขาเหลือเกิน

“ไม่ได้เหรอ…”

“เปล่าครับ ผมแค่คิดว่ามันแปลก แต่ก็ไม่ได้จะสื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้สักหน่อย”

“ยองโฮนี่ดีจังเลยนะ” แทอิลยิ้มให้เขาอีกครั้งแล้วหยิบเบียร์กระป๋องใหม่ขึ้นมาเปิดดื่ม

“ช้าๆหน่อยก็ได้ครับ —“ ขำกับท่าทางเหมือนคนเครียดจัดของพี่แทอิลที่ดื่มเอาๆ อีกคนแค่พรูลมหายใจออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขหลังกลืนของเหลวนั้นลงคอ “—ต่อไปนี้ก็ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนก็ได้”

แทอิลชะงักมือที่กำลังจะยกดื่มอีกครั้งแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น

“จริงๆแล้วเวลาแบบนี้ พี่ต้องการอะไรที่มันมากกว่านั่งคุยกันนะ”

“… หมายความว่ายังไงครับ”

“ไม่เอาน่า… พี่รู้ว่ายองโฮรู้ อย่าให้พี่พูดมันออกมาเลย—” พี่แทอิลส่ายหน้าไปมาเบาๆแล้วไถลตัวลงไปนั่งเหยียดขาที่พื้นห้อง “—มันแย่มากเลยใช่มั้ยล่ะ”

ยองโฮก้มลงเอากระป๋องเบียร์ไปวางที่พื้นๆ และจังหวะที่จะถอยกลับมานั้น เขากลับเอาใบหน้าไปซุกที่ซอกคออีกฝ่ายแทน ซึ่งเจ้าตัวก็เอียงปรับองศาให้อย่างยินดีที่จะให้เขาไล้ปลายจมูกไปมาตามลำคอขาวๆของตัวเอง

“งั้นผมก็คงแย่เหมือนกันที่ไม่คิดปฏิเสธพี่เลย…” ตาเรียวรีของอีกคนหันมาสบตา ก่อนเจ้าตัวจะปีนขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา ปากเล็กๆระดมป้อนจูบให้และยองโฮก็ยินดีที่จะตักตวงมันอย่างคนกระหาย เราผละออกจากกันเพียงครู่เพื่อจะรีบถอดเสื้อของอีกฝ่ายทิ้ง ทันทีที่แขนของอีกคนวาดขึ้นโอบรอบคอเขา ยองโฮก็จับพลิกแทอิลนอนราบลงกับที่นอนทันที ลากฝ่ามือร้อนๆของตัวเองต่ำลงไปเรื่อยๆจนถึงหน้าท้องของอีกคน สัมผัสได้ถึงลอนกล้ามอ่อนๆนั่นทำให้รู้ว่าอีกคนก็ดูแลตัวเองดีอยู่ไม่น้อย และทันทีที่เขาลากต่ำลงไปถึงขอบกางเกงของอีกคน มือเล็กๆก็ลูบขึ้นมาบีบที่กล้ามแขนของเขาทันที

“จะห้ามเหรอครับ” เอ่ยถามข้างหูอีกคน ก่อนจะงับเบาๆอย่างรู้สึกหมั่นเขี้ยว

“ป…เปล่า แค่ตื่นเต้นน่ะ ต่อสิ…” ท้ายประโยคอีกคนเอาคืนด้วยการผงกหัวขึ้นมากระซิบที่ข้างหูของเขาแล้วใช้ปลายลิ้นแตะไล้ไปตามใบหูลากต่ำลงมาที่สันกรามช้าๆ

เสียงครางของร่างเล็กๆที่กำลังถูกปรนเปรอเริ่มทำให้เขาใกล้จะหมดความอดทนเต็มที และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็คงจะรู้สึกเช่นเดียวกันถึงได้รีบถามหาถุงยางขึ้นมา

“ลิ้นชักหัวเตียงครับ” ยองโฮตอบพลางลุกขึ้นถอดกางเกงของตัวเองหลังจากที่จัดการเปลื้องผ้าของอีกคนจนไม่เหลืออะไรแล้ว ตาเรียวๆหรี่เล็กลงกว่าเดิมหลังได้ยินคำตอบของเขา

“ร้ายนักนะ…” พูดจบเจ้าตัวก็คลานเข่าไปเอาสิ่งที่ต้องการมา ก่อนจะหันกลับมาปรนเปรอให้เขาบ้างอย่างไม่ทันตั้งตัว —แทบบ้า แล้วคนอายุ 32 ปีก็ลงมือสวมถุงยางให้เขาอย่างไม่ติดขัดเคอะเขินใดๆทั้งสิ้น ทำให้อารมณ์ของเราสองคนยังคงไปต่อได้อย่างไหลลื่น

ถึงแม้ว่ายองโฮจะไม่เคยมีเซ็กส์กับผู้ชายมาก่อน แต่เขาก็คิดว่าควรจะเตรียมความพร้อมให้อีกคนมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นด้วยนิ้วก็น่าจะเป็นความคิดที่ดี

แล้วก็กลายเป็นว่าเขาคิดถูก ในเมื่อตอนนี้อีกคนกำลังนอนบิดเร่าทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับยู่ไปหมด

“ย…ยองโฮ —เข้ามาในตัวพี่…นะครับ เข้ามาได้แล้ว” ช่องทางที่ถูกเติมเต็มด้วยนิ้วทั้งสามตอนนี้กำลังจะถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่ใหญ่กว่า ยองโฮเสยผมตัวเองขึ้นช้าๆอย่างพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้จับตรึงร่างอีกคนแล้วกระแทกกระทั้นอย่างใจต้องการ และเมื่อเขาดันมันเข้าไปจนสุด ช่องทางอุ่นร้อนนั่นก็ตอดรัดอย่างบ้าคลั่ง

มือขาวสะอาดที่มีเส้นเลือดขึ้นน้อยๆยกขึ้นมาลูบสันกรามที่นูนเด่นเพราะเขาขบมันไว้แน่น ก่อนจะเลื่อนลงไปจิกบ่าของเขาไว้เพราะยองโฮเลือกที่จะขยับสะโพกกระแทกเน้นหนักเข้าไปในตัวอีกคน ทุกอย่างเร็วและรุนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหมกระพือก่อนที่สมองเขาจะว่างเปล่า ความสุขสมแทบจะแล่นไปทั่วร่างในตอนที่เขากระแทกเข้าไปแรงๆในช่องทางที่ตอดรัดแน่นเพราะอีกคนปลดปล่อยออกมา

มันเป็นความคิดที่บ้าคลั่งเมื่อเขาใช้นิ้วเกี่ยวดึงถุงยางออกยามถอนกายออกมาเพื่อกระแทกเข้าไปใหม่โดยไร้สิ่งป้องกัน แต่ดูเหมือนพี่แทอิลจะชอบสิ่งที่เขาทำ อีกคนปล่อยให้เขากระแทกอย่างตามใจก่อนจะปลดปล่อยในตัวอีกคน มันรุนแรงจนน้ำสีขาวขุ่นบางส่วนไหลย้อนออกมา

มือคู่นั้นของพี่แทอิลดึงเขาเข้าไปป้อนจูบอีกครั้ง ก่อนจะพากันไปล้างตัวในห้องน้ำ

แล้วมันก็เริ่มขึ้นอีกรอบในนั้น…

หลังจากคืนนั้น ยองโฮก็ยังตื่นขึ้นมาก่อนเวลาที่ควรเพราะเสียงจากห้องของพี่แทอิล เขาหงุดหงิดแต่ไม่ใช่เพราะต้องตื่นก่อนเวลาที่นาฬิกาจะปลุก ถึงจะไม่ชอบใจแค่ไหนแต่ยองโฮรู้ว่า หากเขาพูดอะไรออกไป ทุกอย่างมันต้องจบลงแน่ๆ แล้วเขาก็จะไม่สามารถแตะต้องอีกคนได้อีก

บางคืนยองโฮก็ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูยามดึก และแค่นั้นมันก็ทำให้เขาลืมความหงุดหงิดก่อนหน้าทั้งหมดได้อย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้งพี่แทอิลจะมาหาเขาพร้อมกล้องคู่ใจของตัวเองเพื่อถ่ายภาพใบหน้าของเขาที่นอนอยู่บนเตียงหลังทุกอย่างจบลง เขาไม่ชอบความคิดนี้เท่าไหร่ จนกระทั่งได้ยินเสียงโต้เถียงกันจากห้องของพี่แทอิลในคืนหนึ่งและต้นเหตุมันก็มาจากรูปในกล้องนั้น

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น บางคืนเขาก็ต้องตื่นด้วยเสียงเดิมๆจากห้องของพี่แทอิล

ราวกับว่าทุกคนยอมให้กับมุนแทอิลคนนี้ที่เหมือนจะไม่มีใครสามารถเติมเต็มความต้องการของเขาให้เต็มเปี่ยมได้เลย เขาห่างไกลและเป็นอิสระเกินกว่าจะคว้ามาเก็บไว้กับตัวเองได้

สิ่งที่ยองโฮทำให้ได้นั้นมันอาจเติมเต็มให้อีกคนได้แค่ครึ่ง—

—หรืออาจจะครึ่งของครึ่งเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังหวังว่าสักวันเขาจะกลายเป็นคนที่เติมมันให้เต็มได้

 

 

 

{E N D}

ขออภัยที่คุณฮันซลโผล่มาแค่ตอนแรกแล้วหลังจากนั้นก็มาแค่ชื่อนะคะ พอดีค่าตัวเขาแพง แงTvT
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นมากๆเลยนะคะ อ่านแล้วไฟลุกพรึ่บ!
เรื่องนี้แก้บนกับพี่ DTL10 นักวาดคนเก่งของพวกเรา พล็อตนี้พี่เขาเป็นคนคิดด้วยค่ะ
จะมีอีกเรื่องนึง แต่ยังไม่คลอด… รออ่านได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
Advertisements

8 thoughts on “HALF MOON / JOHNIL feat.HANSOL

  1. ตากล้องกับนายแบบ เป็นอะไรที่เข้ากั๊นเข้ากัน

    พี่ชายข้างห้อง จะเปลี่ยนสถานะรึเปล่า อิอิ

    Like

  2. หืมมมมมมมม พี่แทอิลลล ทำอะไรน่าหวาดเสียว(?) น้องชายข้างห้องอาจจะได้ไปเยี่ยมห้องในเร็วๆนี้รึเปล่าคะหืมม

    Like

  3. แหมมมม ชอบพี่แทลแบบนี้จัง รักอิสระ ชอบที่บอกว่าทำงานประจำก็เกินพอแล้ว ชอบอ่ะ ดูเป็นคนผ่านโลกมามาก(?) ละยองโฮนี่ดูเป็นเด็กชอบความท้าทายจัง แต่ได้ยินเสียงแบบนั้นแต่เช้านี่คงอารมณ์เสียน่าดู 555555555 ความซัมติงของตากล้องกับเจ้าของนี่แบบ >< ขออนุญาตเขินนะคะ ส่วนตอนถ่ายรูปนี่แบบอือหืมมมมมมมมมมมมมมม มุนแทอิลลลลลล ต้องทำขนาดนั้นเลยมั้ยอ่ะะะะะะะะ เขินตัวจะแตกกกก แค่คิดว่าพี่แทลมองตายองโฮผ่านเลนส์กล้อง แล้วก็นั่งอยู่บนขา ตู้มมมมม ระเบิด(ตัวเอง)เป็นโกโก้ครั้นนนน ฮือออ เขินมากเลยค่ะะ

    Liked by 1 person

  4. กรีดร้องอย่างไม่เป็นภาษา ชอบมากๆเลย มุนแทอิลเวอร์ชันนี้ มุนแทอิลคนรักอิสระ คนไม่ผูกมัด คนช่างเจรจา เจราจาท่าไหนไม่รู้ น้องเค้าก็อยากจะเก็บที่แมอิลไว้เป็นของตัวเองคนเดียวเสียแล้ว ไม่แค่คนน้อง ฮันซลเอง ขนาดว่าทะเลาะกันแบบนั้นก็ยังไม่ไปจากแทอิลเสียด้วย คนๆนี้ไม่ธรรมดา โอยยยย เผ็ชมากแฮะ ชอบมาก อยากได้ฟิคยาวไปอีก ฮืออออออออ ชอบพล้อตแบบนี้เป็นทุน ฮือออ หรือว่าชอบมุนแทอิลกับซอยองโฮกันนะ

    Like

  5. จบแบบเจ็บจี๊ดดดดดดดแทนยองโฮเลยค่ะ
    มุนแทอิลโครตคูล ให้ตายเหอะ ชุ้นอยากจะบ้าตาย
    ทำไมคุณมุนใจร้ายได้ขนาดนี้ละค่ะ

    Liked by 1 person

  6. โอโหหหหห ไม่ไหวแล้วววววววววววว โคตรชอบเลยค่ะ (ขออนุญาตหยาบ) ชอบพี่แทลเวอร์ชั่นนี้มาก ๆ อย่างแซ่บเลย ร้ายกาจมากที่ทำให้ผู้ชายยอมได้ แบบขอแค่ได้สัมผัสแต่ไม่มีสิทธิ์ทางใจมากกว่านั้น ละยอมทั้งคู่เลย ฮืออออ ต้องน่าค้นหาเบอร์ไหน ละต้องมีเสน่ห์เบอร์ไหนอ่ะ ทั้งจีฮันซล ทั้งซอยองโฮ โอ้ยยยยยยยย อินค่ะ อินมากกกก ฮือออออออ เป็นความอันตรายที่น่าลิ้มลองจริงๆ ยอมโดนเผาตายยยยย ยอมเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟค่ะ ยอมเป็นหิงห้อยที่อยากเชยชมแสงของพระจันทร์แม้ตัวเองจะหมดแรงบิน ฮือออออ

    Like

  7. หูยยยยยย พี่แทลแซ่บมากค่าาาา
    เด็ดไปอีก อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคนมั่กๆ
    อ่านไปเขินไป แอบสงสารจยาเบาๆ
    เมื่อไหร่จะได้เป็นส่วนเติมเต็มของพี่แทล

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s