“You and I are more than friends”

 

” You and I

are

more than

friends “

 

 

 

white-bed-room

-KAIHUN-

 

 

 

จงอินก้าวเข้ามาในชีวิตมหาฯลัยครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้วในฐานะเด็กวิศวะโยธาคนหนึ่ง เขาเลือกที่จะแชร์ห้องพักกับลูกชายของเพื่อนพ่อ พ่อบอกว่าตอนเด็กๆสนิทกันดีเชียวล่ะ แต่ตอนนี้เขากลับนึกหน้าเพื่อนสมัยเด็กไม่ออกด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะเขาย้ายบ้านตอน 9 ขวบ

 

 

โอเซฮุนเปิดประตูห้องเข้ามา แขนทั้งสองข้างหอบของพะรุงพะรัง ใบหน้าที่ติดจะสวยหวานนั้นมองตรงมาที่เขา บนแก้มแต้มไปด้วยสีเลือดฝาดจากการใช้แรงขนของขึ้นมาชั้น 4 เพราะลิฟท์ดันมาเสียในวันที่คนขนของเข้าหอพัก

 

 

เราช่วยกันจัดห้องอย่างเงียบๆ เตียงสองเตียงเล็กๆถูกกั้นด้วยโต๊ะไม้สีขาวสะอาดตาตัวเล็กๆ เหนือหัวเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่ที่ความกว้างของมันครอบคลุมถึงเตียงทั้งสอง จงอินช่วยแขวนผ้าม่านโปร่งๆสีม่วงอ่อนที่เซฮุนเป็นคนเอามา และขนาดของมันพอดีราวกับเจ้าตัวเคยมาวัดไว้ ห้องนี้กว้างพอสมควร และเราลงความเห็นกันว่าน่าจะมีตู้เย็น หรือแม้แต่โทรทัศน์ ที่เอามาตั้งแล้วนั่งดูกันบนพื้นที่ปลายเตียงกันได้อย่างสบาย

 

 

แล้วหลังจากนั้นสองวันคนที่บ้านของเซฮุนก็จัดหามาให้

 

 

บ้านของเราสองคนมีฐานะกันพอสมควร แต่จงอินนั้นติดนิสัยลุยๆและติดดิน คงได้เชื้อมาจากพี่สาวที่ตอนนี้ไม่รู้ไปเที่ยวอยู่ซอกหลืบไหนของโลกใบนี้ ส่วนเซฮุนนั้นดูจะเป็นคุณหนูสมกับร่างบอบบางนั่น แต่ถึงจะเป็นคุณหนู เซฮุนกลับไม่ได้น่ารำคาญเลยสักนิด ตรงกันข้าม เพื่อนสมัยเด็กของเขาขี้เกรงใจ และขี้อายมาก มากจนขนาดพูดกับคนที่เป็นรูมเมทยังตะกุกตะกักไปหมดจนเขานึกสงสัยว่าตอนเด็กๆนั้นเราสนิทกันจริงเหรอ

 

 

ช่วงเวลาปี 1 นั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วกับการเรียนและการทำกิจกรรม ด้วยความเหนื่อยจากสิ่งต่างๆ เมื่อกลับมาถึงห้องไม่เขาก็เซฮุนที่จะหลับไปก่อนแล้ว ทำให้ไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก ถ้าหากไม่นับการถามไถ่ อย่างเช่น กินข้าวรึยัง เป็นไงบ้าง กลับบ้านวันไหนแล้วล่ะก็ เขากับเซฮุนถือว่าไม่ได้คุยกันเลย แย่มาก และแย่ที่สุดคือจงอินเพิ่งจะมารู้ว่าเซฮุนเรียนอัญมณีก็ตอนขึ้นปีสอง ซึ่งอยู่ๆก็คิดว่าควรจะถามเพื่อนตัวขาวไป และได้เสียงหัวเราะกับรอยยิ้มสดใสกลับมาพร้อมกับคำตอบ

 

 

วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาใจกระตุกกับรอยยิ้มจากผู้ชายด้วยกัน

 

 

ปี 2 เหมือนเราจะได้คุยกันมากขึ้น มันเริ่มมาจากวันที่เซฮุนกลับห้องมาด้วยคราบเลือดและแผลเล็กๆบนนิ้ว และมันกลายเป็นเขาที่ต้องมานั่งล้างแผลและติดพลาสเตอร์ลายหมีคุมะมึนๆให้อีกคนอย่างเงอะงะที่สุด สาเหตุของแผลก็เป็นเพราะความเบลอของอีกคนในตอนเข้าแล็บ และหลังจากนั้นมันก็เพิ่มเป็นสองแผล สามแผล จนเขาต้องดุเข้าให้ สุดท้ายก็ต้องมานั่งปลอบเพราะอีกคนทำท่าหงอยไม่เลิกแถมยังรักษาระยะห่างจากเขาเกือบสองเมตรได้ และเหมือนจะโดนเอาคืน เพราะหลังจากเขากลับมาจากการสังสรรค์กับเพื่อนๆในสาขาเดียวกันพร้อมรอยช้ำใต้ตาซ้ายและรอยแผลเล็กๆที่มุมปาก เขาก็โดนอีกคนดุชุดใหญ่เรียกได้ว่าสกิลการบ่นนั้นไม่แพ้แม่ของเขาเลย และเขาก็เป็นบ้าที่นั่งหัวเราะไม่หยุดตอนฟังอีกคนบ่นใส่ จนได้รับการประเคนสำลีจุ่มแอลกอฮอล์จิ้มเข้ามากลางแผลจังๆจนซี้ดซ้าดไม่หยุด หลังจากนั้นเขาก็เลือกที่จะนั่งยิ้มดูอีกคนทำแผลให้จนเสร็จ

 

 

ซึ่งเขาก็ขอสรุปว่าที่เป็นแบบนั้นน่าจะเพราะเขาเมาแล้ว

 

 

ในที่สุดสิ้นปีก็มาถึงนั่นหมายความว่าฤดูกาลของไฟนอลในเทอมแรกจบลงแล้ว แน่นอนว่าการสังสรรค์นั้นอยู่ในสายเลือดของพวกเราชาววิศวะ ฉลองมันแทบทุกจะเหตุการณ์ ในคืนเคาท์ดาวน์แบบนี้แน่นอนว่าจะพลาดไม่ได้ แต่เป็นครั้งแรกที่เซฮุนเดินเข้ามาหาเขาอย่างกล้าๆกลัวในตอนที่กำลังเตรียมตัวจะออกไปข้างนอกแล้วขอไปด้วยอย่างกล้าๆกลัวๆ เขาตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด

 

 

แล้วก็พบว่าตัวเองคิดผิดก็ตอนที่พาเซฮุนเข้าไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนแล้วเจ้าตัวโดนแซว โดนลวนลามด้วยสายตาและคำพูดไม่หยุด ก็นะ… เซฮุนดันเกิดมาน่ารักเกินผู้ชายนี่ ไหนจะกิริยานุ่มนิ่มพวกนั้นอีก

 

 

แต่ที่เขาไม่เข้าใจเลยคือทำไมต้องรู้สึกหงุดหงิดด้วย

 

 

โอเค ยอมรับแล้วว่าหึง หึงมากด้วย! เดินไปเข้าห้องน้ำแปบเดียว กลับมาก็เจอเซฮุนนั่งคอพับซบอยู่กับอกของไอเพื่อนเชี่ยตัวดี ไม่น่าพามาเลย ไม่น่าพามาเลยจริงๆ ! นี่ถ้าพ่นไฟได้นะพ่นไปแล้ว โมโหจนลืมเมาเลยล่ะคิดดู

 

 

แล้วเขาก็เผลอลั่นหมัดใส่เพื่อนตัวเองที่ไปนั่งกองกับพื้นอย่างงงๆ ก่อนจะแบกเซฮุนขึ้นหลังแล้วเดินกลับหอ อ่านถูกแล้วครับ เดินกลับหอ เห็นอย่างนี้ก็เมาไม่ขับ ถึงแม้ว่าเดินไปสักพักมันจะเหนื่อยจนสร่างเมาก็เถอะ!

 

 

เซฮุนรู้สึกตัวหลังจากเราเดินมาได้ครึ่งทาง เขาแวะพาอีกคนเข้ามินิมาร์ท เลือกซื้อของกินที่พอจะทำรู้สึกดีขึ้นได้ในตอนนี้ เซฮุนเอาแต่ทำหน้าจ๋อย คงคิดว่าตัวเองทำให้งานรอเคาท์ดาวน์ต้องล่ม เหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมงก่อนที่การใช้ชีวิตในปีใหม่นั้นจะเริ่มต้นขึ้น เขาและเซฮุนนั่งถือถ้วยคัพรามยอนร้อนๆคนละอันบนพื้นห้องตรงปลายเตียง ที่ถูกปูด้วยผ้านวมผืนหนาของเขาทั้งสองคน เปิดดูรายการในโทรทัศน์ที่ฉายบรรยากาศงานรื่นเริงในค่ำคืนนี้ อยู่ๆเขาก็รู้สึกเพลียและง่วงขึ้นมากะทันหันเลยตัดสินใจวางถ้วยรามยอนลงให้ห่างจากรัศมีการดิ้นของตัวเองแล้วทิ้งหัวลงนอนหนุนตักอีกคนที่ผงะแล้วนิ่งไปแต่ก็ไม่ได้ผลักไสเขาออกไปไหน กลับกัน มือเล็กๆนั่นกลับค่อยๆวางลงมาบนกลุ่มผมสีเข้มของเขาแล้วลูบไปมาเบาๆ จากที่ง่วงอยู่แล้วเขานี่แทบจะหลับไปทันที

 

 

รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็ตอนตีห้ากว่าๆแล้วก็พบว่าตัวเองโดนผีอำ … ใช่ทีไหนล่ะ คนที่นั่งลูบหัวเขาตอนจะนอนต่างหากที่นอนฟุบลงมาที่ไหล่ของเขา แขนยาวๆนั่นพาดอยู่ตรงช่วงเอว และหัวเขายังคงอยู่บนตักของอีกคนเหมือนเดิม นี่คงจะเกรงใจเขาจนไม่กล้าลุกเลยล่ะสิ

 

 

แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว เขาค่อยๆจับอีกคนลุกขึ้นนั่งช้าๆ ประคองศีรษะที่คอยแต่จะทิ่มลงพื้นไว้แล้วเขย่าตัวปลุกอีกคนเบาๆ เปลือกตาค่อยๆขยับเปิดขึ้นช้าๆเผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ดูเลื่อนลอยเพราะยังไม่ตื่นดี มือทั้งสองข้างของจงอินประคองอยู่ข้างแก้มอีกคน ขยับปลายนิ้วโป้งไปเช็ดตาให้อีกคนอย่างไม่รังเกียจ

 

 

ยอมรับแล้วล่ะว่าชอบโอเซฮุน ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหน แต่รู้อีกทีก็ดันโมโหหึงจนลั่นหมัดใส่เพื่อนแล้วนั่นแหละ

 

 

เขาลุกขึ้นยืนแล้วดึงแขนร่างบางให้ลุกขึ้นตามมา พาเดินออกไปตรงระเบียงรอสัมผัสแสงแรกของปี แน่นอนว่ามันดีกว่าการรอเคาท์ดาวน์เมื่อคืนมาก แสงสีส้มอบอุ่นค่อยๆอาบไล้ไปทั่วใบหน้าเปื้อนยิ้มของเราสองคน เราสองคนหันมายิ้มให้กันแล้วหันกลับไปดูดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆโผล่พ้นสิ่งกีดขวางสายตาขึ้นมาช้าๆ แล้วหลังจากนั้นก็พากันวิ่งกลับเข้าห้องไปซุกกองผ้านวมบนพื้นแทบไม่ทัน เพิ่งจะรู้สึกว่าอากาศมันหนาวก็ตอนที่อีกคนยกแขนขึ้นกอดตัวเองแล้วลูบต้นแขนไปมาเบาๆ จงอินดึงเซฮุนลงมานอนหนุนตักตัวเองแล้วบอกเหตุผลว่าตอบแทนเรื่องเมื่อคืน

 

 

แต่เปล่าเลย เขาก็แค่อยากลองนั่งลูบหัวเซฮุนบ้างแค่นั้นเอง

 

 

เรื่องมันดำเนินมาถึงปัจจุบัน ตอนนี้เขาเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 แล้ว เป็นปีที่หนักหน่วงทั้งเรื่องเรียนและเรื่องความสัมพันธ์ ในตอนแรกความสัมพันธ์ของเราสองคนดีขึ้นเรื่อยๆ … ในสถานะที่เรียกว่าเพื่อนร่วมห้องน่ะนะ และนั่นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นทุกวัน โอเซฮุนไม่ใช่คนหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ และเขาก็พบว่าตัวเองเป็นคนขี้เสือกมากขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนโปรแกรมสนทนาจากโทรศัพท์ของเซฮุนดังขึ้น ชื่อแต่ละชื่อของคนที่ทักมานั้นล้วนเป็นผู้หญิง และพวกเธอก็น่ารักมาก จากรูปที่พวกเธอใช้น่ะนะ มันทำให้จงอินวิตกกว่าเดิม เขาเป็นผู้ชาย และแมนมากด้วย และเหมือนเขาจะลืมไปว่าเซฮุนก็เป็นผู้ชายและแน่นอนว่าไม่มีผู้ชายคนไหนไม่ชอบผู้หญิง แต่ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะชอบผู้ชายด้วยกัน เขาตัดปัญหาความหงุดหงิดและรำคาญใจของตัวเองด้วยการกลับห้องน้อยลง ไปพักอยู่ที่ห้องของปาร์คชานยอล คนที่เขาต่อยหน้าในคืนสิ้นปีที่แล้ว สุดท้ายก็ไปนั่งฟังมันขำหลังจากที่เขาไปขอโทษและสารภาพว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเซฮุน และต้องฟังมันพล่ามว่าเขาโง่ยังไงบ้างที่มีคนเข้ามาให้เขาเลือกมากมาย แต่เขาดันไปเลือกคำตอบที่มันไม่มีอยู่ในช้อยส์ ถ้าเป็นการสอบ เขาถือว่าสอบตกโดยสมบูรณ์แบบ

 

 

คืนหนึ่งระหว่างที่เขากำลังนั่งก๊งเหล้ากับเพื่อนๆอย่างปกติ ก็มีสายเข้าจากเซฮุน แต่คนที่พูดกับเขานั้นไม่ใช่เซฮุน เป็นเสียงเล็กๆของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอบอกว่าเซฮุนเมามาก และเธอหากุญแจห้องไม่เจอ แน่นอนว่าเขารีบลุกออกไปทันที ไม่ได้ตั้งใจจะชิ่งค่าเหล้าแต่อย่างใด แต่เซฮุนไม่เคยแตะของมึนเมาอีกเลยหลังจากคืนนั้นที่เจ้าตัวแทบจะหมดสภาพ และพร่ำบ่นอยู่ตลอดเวลาที่ซื้อของอยู่ในมินิมาร์ทว่าไม่เอาอีกแล้ว พอแล้ว รู้สึกเหมือนคอจะพัง แต่วันนี้เจ้าตัวกลับยอมทนความรู้สึกเหมือนคอจะพังนั่นจนต้องให้เพื่อนแบกกลับมาที่ห้อง

 

 

ลิฟท์เสียอีกแล้ว และเขาก็วิ่งมาหยุดยืนหอบอยู่หน้าห้อง ผู้หญิงที่นั่งยองๆตบแก้มเซฮุนอยู่นั้นน่ารักมากจริงๆจนจงอินหยุดมองเธอไม่ได้ จนเธอต้องหันมากระแอมใส่แล้วชี้มือไปที่ประตูห้อง เขาได้สติแล้วรีบล้วงหยิบกุญแจจากประเป๋ากางเกงขึ้นมาไขทันที เธอยื่นโทรศัพท์และกระเป๋าเงินของเซฮุนมาให้พร้อมเล่าว่าอยู่ๆเซฮุนก็ชวนเพื่อนๆออกไปดื่ม พอเมาแล้วก็เอาแต่พูดว่าคิมจงอินใจร้ายไม่หยุด

 

 

เขารับปากเธอว่าจะดูแลเซฮุนต่อให้เอง ก่อนจะพาร่างหนักๆของรูมเมทไปนอนบนเตียงแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้แบกเซฮุนขึ้นมาได้ยังไง

 

 

เขานั่งสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่นานหลังจากตัดสินใจเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เซฮุน ทุกครั้งที่ลากผ้าขนหนูผ่านหน้าท้องแบนราบนั่น หรือผ่านไปตามลำคอยาว เซฮุนจะส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ซึ่งก็คงจะสบายตัวมาก แต่คิมจงอินคนนี้นี่สิ หัวใจเต้นแรงจนปวดหนึบไปหมดแล้ว เขายังคงนั่งอยู่บนเตียงอีกคน ปัดปอยผมหน้าม้าที่เริ่มยาวทิ่มตานั่นไปให้พ้นกรอบหน้าอีกคน อดไม่ได้ที่จะไล้แก้มใสเบาๆ เซฮุนมีริมฝีปากเล็กๆสีชมพู เขาจ้องมันอยู่นานจนกระทั่งริมฝีปากเล็กๆนั่นใกล้เข้ามา ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเขาต่างหากที่โน้มใบหน้าลงไปหามัน

 

 

บดจูบหนักๆลงไปอย่างห้ามใจไม่อยู่ และสติเขาก็เตลิดไปกว่าเดิมเมื่อริมฝีปากของอีกคนเผยอขึ้นน้อยๆเมื่อเขาวาดแตะลิ้นชื้นๆลงไป ปรับองศาใบหน้าของตัวเองแล้วกดจูบให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ดูดดึงริมฝีปากอีกคนอย่างเอาแต่ใจและไม่คิดสักนิดว่าถ้าหากอีกคนตื่นขึ้นมาเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อ

 

 

จู่ๆแขนของเซฮุนก็ยกขึ้นมาโอบรอบคอเขา ปลายลิ้นเล็กๆยกขึ้นมาแลบเลียที่ปลายลิ้นของเขาเบาๆ ก่อนจะถูกดูดดุนแล้วผลุบหายเขาไปในปากของเขาเอง เรียวลิ้นทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดกันไปมา ผลัดกันเข้าไปลากไล้ในโพรงปากของอีกคน เสียงครางยาวดังขึ้นเบาๆเมื่อจงอินแตะปลายลิ้นลากไล้บนเพดานปากของอีกคน ก่อนที่สายตาปรือปรอยจะเปิดขึ้นช้าๆแล้วมองมาที่เขาอย่างมึนงง

 

 

ทันใดนั้นโลกของจงอินก็พลิกกลับตาลปัตรไปหมด

 

 

อืม… เขาทั้งโดนผลักและถีบอย่างแรง และเหมือนเซฮุนจะเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ร่างบางรีบลุกถลาลงมาหาเขาที่พื้น แต่แน่นอน เขาไม่อยู่รอฟังอะไรทั้งสิ้น จงอินรีบคว้าของตัวเองขึ้นมาซึ่งก็หยิบมาได้แค่กุญแจรถแล้วผลุนผลันออกจากห้องไปทันที

 

 

เขาเลือกจะกลับห้องในเวลาที่เซฮุนออกไปเรียน ห้องยังคงสะอาดและหอมไปด้วยกลิ่นอ่อนๆของสิ่งที่เซฮุนใช้ ด้วยความที่เอาแต่ปั่นงานโต้รุ่งและติวหนังสือกันหลายวันติดๆนั้นทำให้เขาเลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองจมลงกับที่นอนแล้วหลับไปแทบจะในทันที ก่อนจะสะดุ้งตื่นในตอนฟ้ามืด ซึ่งเจ้าของห้องอีกคนไขกุญแจเปิดประตูเข้ามาพอดี

 

 

“…”

 

 

“…”

 

 

เราทั้งสองคนเอาแต่จ้องอีกฝ่ายแล้วเงียบใส่กัน เหมือนวันแรกที่เซฮุนเปิดประตูห้องเข้ามาไม่มีผิด เป็นเขาที่ทนต่อไปไม่ได้แล้ว ลุกขึ้นไปหยิบหนังสือและชีทของวิชาที่จะติวกันคืนนี้ก่อนจะเดินผ่านอีกคนที่ก็เบือนหน้าไปอีกทางเช่นกันในตอนที่เขาเดินผ่านออกไป

 

 

พังหมดแล้วสินะ…

 

 

คืนนี้เป็นวิชาในหมวดสายโครงสร้างที่ย้าวยาวในการเรียนวิศวะโยธา แต่แน่นอนจงอินถนัดมันกว่าอีกสายเยอะ คืนนี้เขาเลยจะเป็นคนติวให้เพื่อนๆ แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่เปิดชีทและหนังสือสลับไปสลับมา จนในที่สุดเขาต้องโค้งขอโทษกับเพื่อนๆทุกคน ซึ่งชานยอลดูเหมือนจะเข้าใจเขาที่สุดในคืนนี้ มันทำแค่เดินเข้ามากอดคอเขาก่อนจะชวนทุกคนไปนั่งคลายเครียดกันที่ร้านเดิม

 

 

โชคดีที่เหลือเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันสอบวิชานี้ เพื่อนๆทุกคนจึงพร้อมปล่อยตัวปล่อยใจเต็มที่ให้สมกับที่เครียดมาหลายวันจากงานและการอ่านหนังสือสอบ แต่จงอินไม่มีอารมณ์แม้แต่จะยกแก้วขึ้นมาดื่มด้วยซ้ำ จนกระทั่งมีสาวสวยคนหนึ่งมานั่งข้างๆแล้วยกแก้วเหล้าที่ถูกชงขึ้นมาใหม่ขึ้นจรดที่ริมฝีปากเขานั่นแหละ ใครจะกล้าปฏิเสธน้ำใจสาวงามล่ะจริงไหม

 

 

เมื่อหมดแก้วแรก แก้วที่สองก็ตามมาติดๆ แต่คราวนี้สาวข้างๆกลับป้อนด้วยริมฝีปากของเธอเองแทน ร่างกายอวบอิ่มบดเบียดเข้าหาเขาเรื่อยๆก่อนจะยกตัวเองขึ้นมานั่งเกยอยู่บนตักเขา แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบสนองอะไรร่างอวบอิ่มนั่นก็ถูกกระชากออกไปทันที ในหัวก็คิดว่าเอาแล้วไง ผัวเธอมาตามแน่ๆ แต่เปล่าเลย

 

 

รูมเมทนี่เองแหละ …

 

 

คอเสื้อเขาถูกดึงรั้ง จนต้องยอมลุกขึ้นยืนตามแรงนั้นไม่ได้ก่อนจะถูกต่อยจนหน้าหัน จากที่มึนอยู่แล้วกับการปรากฏตัวของอีกคนคราวนี้ก็มึนกว่าเดิม แต่เมื่อหันกลับไปมองหน้าอีกคนก็เห็นว่าสีหน้าที่มองมาทางเขานั้นเต็มไปด้วยความโกรธ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนจนเขาใจไหววูบ รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีทั้งๆที่จริงๆแล้วมันก็ไม่น่าจะผิดอะไร เซฮุนคว้ากุญแจรถของเขาขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปนอกร้านทันที เขาชี้หน้าคาดโทษชานยอลที่นั่งจิ้มโทรศัพท์พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มและไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนจะวิ่งตามอีกคนออกไป แต่เซฮุนก็ขับรถเขาออกไปแล้ว

 

 

อย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้อีกคนวิ่งมาหาเขา …

 

 

ทำใจอยู่นานกว่าจะเปิดประตูเข้าไปในห้องได้ เขารู้แล้วว่าตัวเองผิด ผิดตั้งแต่ที่หลบหน้าอีกคน ผิดตั้งแต่คืนนั้น ทั้งๆที่เขาเป็นคนเริ่ม และไม่ยอมพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คืนนี้เห็นทีคงปล่อยไปไม่ได้แล้ว

 

 

เซฮุนนอนอยู่บนเตียงของตัวเอง คลุมโปงเป็นก้อนดักแด้อยู่บนเตียง ส่วนคนทึ่มๆในความสัมพันธ์อย่างเขาที่ไม่เคยจะง้อใครทำได้แค่ไปนั่งอยู่ข้างๆก่อนจะทิ้งตัวลงกอดก้อนดักแด้นั่น ซึ่งก็ดิ้นขลุกขลักตอบกลับมาทันที

 

 

“เซฮุนครับ โกรธเหรอ”

 

 

เงียบ

 

 

“หึงเหรอ”

 

 

“เราเกลียดจงอิน” เสียงอู้อี้ที่ลอดมาจากผ้าห่มนั้นเบาแสนเบา แต่ก็เน้นชัดทุกถ้อยคำราวกับกลั่นออกมาอย่างตั้งใจทุกคำที่พูด จงอินชาวาบไปทั้งตัว ความรู้สึกเสียใจมันตีขึ้นมาจุกอยู่ที่อก แต่ถ้าเขายอมแพ้ตอนนี้  มันต้องพังกว่านี้แน่นอน สุดท้ายหลังจากพยายามนั่งเรียกกำลังใจตัวเองคืนอยู่นาน เขาก็เอื้อมมือไปยื้อดึงผ้าห่มกับอีกคน ก่อนจะพยายามแทรกตัวเข้าไปนอนกอดอีกคนไว้แน่น

 

 

“กลับมาทำไมอีก จะไปไหนก็ไปสิ จงอินไม่สนใจเราอยู่แล้วนี่ ทิ้งเราไว้คนเดียวแล้วก็กลับมาจูบเรา มาทำให้เราสับสน แล้วสุดท้ายก็ไปจูบกับคนอื่น จะจูบกับใครก็ได้ใช่มั้ย” พูดไปก็ทุบเขา ดันเขาออก แต่ยิ่งผลักเขาจงอินก็ยิ่งกอดเซฮุนแน่นขึ้น

 

 

“ไม่ไปแล้ว อยู่นี่แล้วไง” ทันทีที่พูดจบเซฮุนก็ปล่อยโฮออกมาทันที เขากดจูบที่กลางกระหม่อมอีกคนเบาๆ แล้วกอดอีกคนไว้แน่นๆ แน่นเท่าที่ใจเคยอยากจะทำมาตลอด นานสองนานกว่าเสียงสะอื้นจะเงียบลง เมื่อผละออกมาดูก็พบว่าอีกคนหลับไปแล้ว เขากดจูบหนักๆลงบนหน้าผากของอีกคนย้ำๆ

 

 

“เพี้ยงๆ ฝันดีน้า”

 

 

“ปัญญาอ่อนแล้ว” เสียงเล็กๆนั่นตอบกลับมาแทบจะในทันที ถึงจะว่ากล่าวกันแต่ใบหน้าของเซฮุนกลับประดับไปด้วยรอยยิ้ม และนั่นมันก็เหมือนมีน้ำรดลงมาที่หัวใจเหี่ยวๆของเขา

 

 

“แล้วชอบมั้ยล่ะ”

 

 

“อืม ต่อไปนี้ทำแบบนี้ทุกคืนเลยนะ”

-END-

ไม่รู้จะเบื่อกันมั้ยนะ ไม่มีบทพูดเลย ._.

Advertisements

2 thoughts on ““You and I are more than friends”

  1. น่ารักจัง ไม่น่าเบื่อเลยที่ไม่ค่อยมีบทพูด เราว่ามันกระชับและโอเคแล้ว 🙂

    Liked by 1 person

  2. น่ารักมากกกกกกก ภาษาลื่นไหล ชอบมากค่ะ ถึงไม่มีบทพูดเเต่ไม่น่าเบื่อเลย ยังคงลื่นไหลเเละเข้าใจความรู้สึกทั้งคู่ได้

    Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s